><กระทู้ใหม่(4) วัตถุมงคลดีพิธีใหญ่สภาพสวย หลากหลายสายราคาเบา (สรุปรายการ น.1) ><

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย ศิษย์ปิยธโร, 5 มกราคม 2017.

  1. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,218
    ค่าพลัง:
    +14,474
    4972.ยอดพุทธศิลป์มหาพิธีหลายวาระ เหรียญพระมหาธาตุเจดีย์ 12ราศี
    ลป.ทองดำ,ลป.ทอง,ลพ.เปลี่ยน,ลพ.สมบูรณ์ ร่วมอธิษฐานจิต

    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ
    เหรียญชินบัญชร คุณณวเรศ.JPG
    เหรียญพระมหาธาตุเจดีย์ 12 ราศี รุ่น2 เสริมดวงชะตาและเป็นสวัสดิมงคล เนื้อทองจังโก๋(ทองหุ้มเจดีย์ทางภาคเหนือ) ผสมชนวนศักดิ์สิทธิ์ ดำเนินการจัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2547 จัดสร้างโดยคุณสุธันย์ สุนทรเสวี

    จำนวนการจัดสร้าง แบ่งเป็น 3 เนื้อคือ
    1.เนื้อนวโลหะ จำนวน 200-300 องค์
    2.เนื้อทองจังโก๋ จำนวน 5,000 องค์
    3.เนื้อทองแดง จำนวน 5,000 องค์

    กองทุนดูแลหอพระพุทธรูป ประจำสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสงคราม ได้รับมอบเหรียญนี้จำนวน 399 เหรียญ เป็นเหรียญเนื้อเงิน 20 เหรียญ เนื้อนวโลหะแก่ทองคำ 50 เหรียญ และเนื้อทองจังโก (ทองหุ้มเจดีย์ทางภาคเหนือ) 329 เหรียญ

    มาเพื่อเป็นของขวัญตอบแทนน้ำใจแก่ผู้บริจาคทรัพย์เพื่อจัดตั้งกองทุนดูแลหอพระพุทธรูปดังกล่าว

    …และที่สำคัญจากการพูดคุยกับท่านผู้ทรงคุณวุฒิคนหนึ่ง บอกว่าระหว่างที่ท่านพ่อเมืองเสกเหรียญนี้ เหรียญพระในกล่องนั้นเกิดอาการ “ดิ้น”ได้ ส่งเสียงดังเกลียวกราวไปหมด


    พุทธศิลป์
    ด้านหน้า :
    - เป็นการเรียงลำดับพระมหาธาตุเจดีย์ประจำราศีเกิดทั้ง 12 ราศี มีความลึกลดหลั่นซ้อนลงไปถึง 9 มิติ คือ
    มิติที่ 1 คือ องค์พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) เป็นพระพุทธปฏิมากรทรงเครื่องใหญ่ประจำฤดูร้อน อย่างพระบรมจักพรรรดิตราธิราช โดยมุ่งแทนสมเด็จพระบรมศาสดาอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้า ทุกพระองค์ ที่ทรงเป็น พระธรรมราชาประดิษฐานอยู่ ณ เบื้องหน้าสุด
    มิติที่ 2 คือ พระมหาธาตุเจ้าดอยตุง จ.เชียงราย ซึ่งบรรจงประดิษฐ์ให้เคียงคู่กับพระพุทธปฏิมากรเป็นกรณีพิเศษทั้งสองข้าง
    มิติที่ 3 คือ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง ซึ่งเป็นพระมหาธาตุเจดีย์ที่เก่าแก่ที่สุด โดยได้อัญเชิญมาเป็นพระมหาธาตุเจ้า องค์ประธาน อย่างสมด้วยเหตุและผลทุกอย่าง
    มิติที่ 4 คือ พระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ และ พระธาตุหริภุญชัย จ.ลำพูน
    มิติที่ 5 คือ พระธาตุช่อแฮ จ.แพร่ และ พระธาตุพนม จ.นครพนม
    มิติที่ 6 คือ พระมหาเจดีย์พุทธคยา กับพระธาตุลำปางหลวง จ.ลำปาง
    มิติที่ 7 คือ พระธาตุแช่แห้ง จ.น่าน และ พระธาตุเจ้าจอมทอง จ.เชียงใหม่
    มิติที่ 8 คือ พระเกษธาตุเจดีย์จุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และพระธาตุวัดพระสิงห์ จ.เชียงใหม่
    มิติที่ 9 คือ พื้นเหรียญอันโล่งสะอาด ปราศจากสิ่งใดๆ มาปิดกั้น มีแต่เพียงจารึกอักขระล้านนา “นะโมพุทธายะ” และ ย้อนกลับเป็น “ยะธาพุทโมนะ” เรียกได้ว่าไม่ว่าท่านจะเกิดราศีใดก็ตามสามารถที่จะแขวนเหรียญนี้ได้ทุกคน

    ด้านหลัง :
    - เป็น พระคาถาชินบัญชร ที่ลงด้วยตัวธรรมล้านนา หรือ พระคาถาไจยะเบงชร ซึ่งเป็นมหาปริตที่สำคัญ และเป็น ที่ยอมรับว่าศักดิ์สิทธิ์ที่สุด และมีอานุภาพเป็นที่ยิ่ง หาพระปริตอื่นเทียบได้ยากยิ่ง (พระคาถาชินบัญชร ทางล้านนาจะออกเสียงเป็น พระคาถาไจยะเบงชร)


    การจัดสร้างเหรียญพระมหาธาตุเจดีย์ 12 ราศี ทุกเนื้อได้ดำเนินจัดสร้างตามพิธีกรรมที่พระโบราณาจารย์ถือปฏิบัติสืบต่อกันมา คือ
    - นำแผ่นเงิน ถวายพระสุปฏิปัณโณ ผู้บริบูรณ์ด้วยวิชชา และวิมุตติ ลงอักขระเลขยันต์ และพระคาถาที่ท่านถนัดที่สุด มั่นใจที่สุด และเก่งที่สุด

    - รวบรวมทองชนวนมหามงคล โลหะธาตุศักดิ์สิทธิ์ และแผ่นโลหะที่ได้ลงอักขระเลขยันต์ และพระคาถาอันศักดิ์สิทธิ์ ที่ได้รับการปลุกเสกมาแล้ว หลอมรวมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วเทเป็นแผ่น นำไปวัดให้ได้ขนาดแล้วจึงปั๊มเป็นเหรียญ


    วาระบรรจุพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ และสังฆานุภาพ ตามวาระต่างๆ ดังนี้

    1)พิธีมหาพุทธาภิเษก ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (10 พฤศจิกายน 2547), วัดบวรนิเวศวิหาร, วัดเหนือวน จ.ราชบุรี, วัดจุฬามณี จ.สมุทรสงคราม, วัดโสธรวราราม จ.ฉะเชิงเทรา

    2)การบรรจุอิทธิพุทธานุภาพ โดยพระคณาจารย์ได้เมตตาประกอบพิธีให้เป็นพิเศษโดยเฉพาะ ในหลายวาระ อาทิ
    - หลวงปู่ทอง วัดสามปลื้ม
    - หลวงปู่ทองดำ วัดท่าทอง
    - พระอาจารย์สมบูรณ์ วัดป่าสมบูรณ์ธรรม
    - พระอาจารย์เปลี่ยน วัดอรัญญวิเวก
    - ครูบาตั๋น ปุญโญ วัดม่อนปู่อิน
    - ครูบาดวงดี วัดท่าจำปี
    - ครูบาเทือง วัดบ้านเด่น
    - หลวงปู่ขันต์ (คำ) สำนักสุสานไตรลักษณ์ จ.เชียงใหม่
    - ครูบาเผือก วัดไชยสถาน
    - ครูบาจันทร์ วัดสันเจดีย์ริมปิง
    - ครูบาจันทร์แก้ว วัดศรีสว่าง
    - หลวงปู่สังข์ วัดป่าหลวงปู่ตื้อ
    - ท่านพ่อเมือง พลวัฒโฑ วัดป่ามัชฌิมาวาส จ.กาฬสินธุ์
    - หลวงปู่ม่วง วัดยางงาม จ.ราชบุรี เป็นต้น

    หมายเหตุ :
    - เหรียญ 12 ราศี หลังยันต์ชินบัญชร เสกพิธีเดียวกันกับ เหรียญหลังคาถาบารมี 30 ทัศ ทุกประการ ต่างกันแค่เพียงว่า เหรียญหลังยันต์ชินบัญชร ปั๊มก่อน บารมี 30 ทัศ เพียงไม่นานนัก ทำให้บางคนตีเป็นรุ่น 2 ส่วนหลังบารมี 30 ทัศเป็นรุ่น 3 แต่ทางผู้สร้างถือว่าเป็นรุ่นเดียวกัน ต่างกันเพียงแค่บล็อกหลังเท่านั้น

    ขอขอบพระคุณข้อมูลจาก :
    - https://prasaksit.wordpress.com/2008/04/05/เหรียญมหาธาตุเจดีย์-สิบ/
    - http://m.s-amulets.myreadyweb.com/product/detail-273568.html



    สภาพสวยผิวน้ำทองเดิมๆ พิมพ์สวยคมชัด พระดีชนวนมวลสารดี พิธีเยี่ยม เจตนาการสร้างบริสุทธิ์ แบ่งให้บูชา 789 บาท (พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ)

    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com
    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     
  2. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,218
    ค่าพลัง:
    +14,474
    .

    ขออนุญาตแจ้งกำหนดการจัดส่งครับ


    *** รอบจัดส่งวันที่ 25/04/2569

    ตัดรอบ 24/04/2569 เวลา 12.00 น. ***


    ปดาห์หน้าเลยครับ
    กราบขออภัยในความล่าช้าด้วยนะครับ
    ขอบพระคุณมากครับ



    [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG]
     
  3. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,218
    ค่าพลัง:
    +14,474
    4973.ของดีพระอริยสงฆ์ผู้เหยียบศิลาเป็นรอย ศิษย์หลวงปู่เดินหน อิเกสาโร
    พระผงเกศาเจ็ดมหานคร ครูบาพรหมจักร วัดพระพุทธบาทตากผ้า

    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ
    ผง7นคร ปู่พรหมมา๑.JPG

    [​IMG]
    [​IMG]
    พระผงเกศาเจ็ดมหานคร ครูบาพรหมจักร วัดพระพุทธบาทตากผ้า จังหวัดลำพูน เนื้อมวลสารศักดิ์สิทธิ์ ผสมดินอีก 7 มหานคร ผสมเกษา

    องค์ประกอบการจัดสร้าง มีดังนี้
    - เกศาท่านครูบา ผงธูปจากวัดที่เก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ 70 จังหวัด อาทิ พระธาตุดอยสุเทพ วัดพระแก้ว พระธาตุพนม พระปฐมเจดีย์ ฯลฯ ครั่ง ชัน แผ่นทองคำเปลว ว่านสเน่ห์จันทร์ขาว ว่านพญานางกวัก ว่านสามพันตำลึง ว่านนาคบ่วงบาศ ว่านมหานิลดำ ว่านทรหด ว่านงาช้าง ว่านหางช้าง ดอกบัวสัตตบงกช ดอกมะลิ ดอกหอมไกล ดอกราตรี ดอกแก้ว ดอกจำปา ดอกจำปี ดอกบุญนาค ดอกสารภี ส้มป่อย
    และดินอีก 7 มหานคร

    องค์เกศาท่านครูบาได้จัดสร้างตามศาสตร์โบราณเมืองเหนือไว้ถูกต้องทุกขั้นตอน คงความศักดิ์สิทธิ์ คงความขลัง

    พุทธคุณ
    - เมตตามหานิยม มหาเศรษฐี มหาโชค มหาลาภ แคล้วคลาดปลอดภัย



    ************************************************

    " ครูบาพรหมา ได้ชื่อว่า พระอริยสงฆ์ผู้เหยียบศิลาเป็นรอย เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งดินแดนล้านนา เป็นพระวิปัสสนากรรมฐาน หยั่งรู้จิตใจ หยั่งรู้อนาคต บางท่านก็กล่าวว่าท่านมีตาทิพย์ "


    § ครูบาพรหมจักร กับ หลวงปู่เดินหน §
    ความเกี่ยวเนื่องทางทิพย์ของพระอริยะเจ้า
    ❀❀❀❀❀❀❀❀

    ............

    ¤ ครูบาพรหมจักรผู้มีจิตอัศจรรย์ ¤

    เรื่องความอัศจรรย์ทางจิตนี้มีเรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับ ครูบาพรหมา พรหมจักโก หรือที่ผู้ฅนทั่วไปมักเรียกท่านว่า ครูบาพรหมจักร วัดพระพุทธบาทตากผ้า จังหวัดลำพูน ท่านเป็นหนึ่งในพระสุปฏิปันโนที่ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง ให้ความเคารพยกย่องมากว่าเป็นพระอริยะสงฆ์แน่นอน ส่วนที่ว่าท่านมาเกี่ยวเนื่องหรือรู้จักหลวงปู่เดินหน อิเกสาโร ได้อย่างไรนั้น ขอนำเรื่องราวหนหลังมาเล่าย้อนบรรยาย ให้ท่านได้ทราบทั่วกันดังต่อไปนี้ว่า ในราวปี พ.ศ. ๒๕๒๐ เศษ ช่วงเวลานั้นท่านอาจารย์สุวัฒน์ ร่างประทับทรงผู้อัญเชิญหลวงปู่เดินหน ไปลงทุนเปิดเหมืองแร่ฟลูออไรด์ทางภาคเหนือเขตจังหวัดเชียงใหม่ เวลานั้นท่านเกิดปัญหาติดขัดในการดำเนินงาน จึงขับรถยนต์ส่วนตัวขึ้นเหนือไปกับลูกน้องคู่ใจ
    --

    ด้วยความที่ไม่ชำนาญทางของฅนขับรถ ประกอบกับช่วงเวลานั้นเป็นเวลาค่ำมืด หลงทางต้องหาเส้นทางหลักไปจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อรถยนต์ขับผ่านมาเรื่อย ๆ ท่านอาจารย์สุวัฒน์นั่งอยู่ด้านหน้า เมื่อท่านมองไปข้างทางเบื้องหน้าในบริเวณหนึ่ง สังเกตเห็นแสงไฟตะเกียงเรือง ๆ อยู่ข้างทาง สมัยนั้นบ้านชนบทพอค่ำมืดก็ปิดบ้านนอน ไม่มีผู้ฅนออกมาพลุกพล่านเช่นปัจจุบัน ก่อนนี้เมื่อรถยนต์ผ่านไปทางไหนก็มีแต่บ้านที่ปิดเงียบหมด เมื่อแลเห็นแสงตะเกียงก็ดีใจมามีฅนอยู่พอให้ได้ถามทาง อาจารย์สุวัฒน์หันไปสั่งฅนขับให้เทียบรถยนต์หาแสงตะเกียงข้างทาง เมื่อรถยนต์เคลื่อนเข้าใกล้ก็เห็นสามเณรกับศิษย์วัด ทั้งสองยืนถือตะเกียงทำท่าทางชะเง้อชะแง้เมื่อเห็นรถยนต์คล้ายรอใคร
    --

    อาจารย์สุวัฒน์จอรถยนต์เปิดหน้าต่างหวังสอบถามเส้นทาง น่าแปลกที่พอเปิดหน้าต่างกระจกยังไม่ทันเอ่ยปากถาม สามเณรก็ถามขึ้นมาก่อนว่า
    --

    สามเณร :
    **คุณโยมมาจากกรุงเทพใช่ไหม ? หากใช่ขอให้ขึ้นไปหาครูบา ท่านสั่งให้มารอคอยโยมอยู่หน้าทางนี้ หากเห็นรถยนต์ผ่านมาให้เรียกถามว่า เป็นฅนกรุงเทพหรือไม่ ? หากใช่ให้พาขึ้นไปหาท่านที่วัด**
    --

    อาจารย์สุวัฒน์เล่าว่าคราวแรกก็แปลกใจว่า สามเณรรู้ล่วงหน้าก่อนได้อย่างไรว่าจะมีผู้ผ่านมา จึงตัดสินใจขึ้นไปกราบครูบาตามที่สามเณรกล่าวได้ เมื่อเข้าสู่ตัววัดสามเณรรีบเดินนำหน้าพาไปหาครูบาที่กล่าวถึง และถือเป็นความแปลกใจซ้ำสอง ทั้งที่ความแปลกใจในคราวแรกยังไม่จางไป เพราะเมื่ออาจารย์สุวัฒน์มองไปเห็นพระสงฆ์ชรานั่งคอยอยู่บนเก้าอี้ พระชรารูปนี้เองที่สามเณรเรียกท่านว่า **ครูบา** หรือที่รู้ในภายหลังว่าท่านรูปนี้ คือ ครูบาพรหมจักรสังวร วัดพระพุทธบาทตากผ้า อาจารย์สุวัฒน์เข้าไปกราบท่าน พอเงยหน้าขึ้นมาแลเห็นใบหน้าท่านที่สวมแว่นสายตา โดยท่านมองรอดผ่านเลนส์แว่นสายตา ด้วยใบหน้าอมยิ้มที่เปี่ยมกระแสเมตตา ท่านพูดขึ้นก่อนว่า
    --

    ครูบาพรหมจักรสังวร :
    **โยมไม่ต้องกลุ้มใจไปเรื่องเหมือนแร่จะมีฅนชื่อ แดง มาช่วยให้ปัญหาคลี่คลายลงได้**
    --

    เมื่อฟังจบแล้วต้องอึ้ง เรื่องแบบนี้หากใครไม่เจอไม่รู้ ก็เมื่อแรกจอดรถเพื่อจะถามทาง กลับเจอสามเณรบอกว่ามีครูบารออยู่ก่อนแล้ว ที่สำคัญไปกว่านั้น คือ ครูบาพรหมจักรสังวร ท่านบอกให้อาจารย์สุวัฒน์ไปเปลี่ยนผ้ามาอาบน้ำมนต์ โดยท่านกล่าวลอย ๆ ว่า **ทำไว้ให้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว** แสดงว่าท่านต้องรู้ก่อนล่วงหน้าว่าจะมีใครผ่านมาจึงทำน้ำมนต์ไว้ก่อน ทั้งยังสั่งให้สามเณรลงไปคอยที่หน้าทางเข้า เพื่อดักรอรถยนต์ของอาจารย์สุวัฒน์ซึ่งกำลังจะผ่านมา
    ............

    ❀❀❀❀❀❀❀❀
    ภายหลังได้ทราบจากฅนใกล้ชิดหรือศิษย์ของครูบาพรหมจักรสังวรว่า ความจริงแล้วท่านเป็นพระพูดน้อยสงบคำอย่างที่สุด เรียกว่าหากไม่จำเป็นท่านจะไม่พูดเลย แต่วันนั้นท่านแสดงอำนาจจิตที่สามารถล่วงรู้การณ์เบื้องหน้าก่อนได้อย่างชัดเจน ในวันนั้นครูบาพรหมจักรสังวรได้ลดน้ำมนต์ให้อาจารย์สุวัฒน์ ทั้งขอชื่อที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ (บ้าน) ทั้งกล่าวสำทับว่า หากท่านลงมากรุงเทพเมื่อใด ท่านจะมาพบท่านอาจารย์สุวัฒน์ที่บ้านพักตามที่อยู่ที่ให้ไว้ เวลาผ่านไประยะหนึ่ง ในวันหนึ่งได้มีรถบรรทุกหกล้อ พร้อมด้วยรถยนต์ขับตามกันมานับสิบคัน เข้ามาที่อาศรมหลวงปู่ย่านถนนประชาชื่น
    ............

    ❀❀❀❀❀❀❀❀
    ใช่แล้วขบวนรถยนต์ดังกล่าว ที่แท้ คือ คณะของครูบาพรหมจักรสังวรกับเหล่าศิษย์ ส่วนในรถบรรทุกหกล้อเห็นมีช้างไม้จำลอง หนึ่งคู และกวางไม้จำลองขนาดใหญ่อีก หนึ่งคู่ ครูบาพรหมจักรสังวรท่านว่า ท่านนำมามอบให้ท่านอาจารย์สุวัฒน์ไว้เป็นที่ระลึก เมื่อครูบาพรหมจักรสังวรลงจากรถยนต์ เดินผ่านอาศรมที่ตั้งพระรูปบูชาของหลวงปู่เดินหนขนาดเท่าจริง ที่เหล่าศิษย์เรียกกันว่า **ห้องพระรูปบนอาศรม** ซึ่งตามปกติห้องนี้จะปิดประตูไว้ ไม่มีทางที่ฅนนอกเดินผ่านแล้วจะรู้ได้ว่า ในห้องดังกล่าวนั้นมีอะไรอยู่นอกจากศิษย์ของหลวงปู่ น่าแปลกที่พอครูบาพรหมจักรสังวรเดินผ่านห้องบนอาศรมดังกล่าว ที่เวลานั้นปิดประตูสนิทมองจากด้านหน้าจะไม่รู้เลยว่าเป็นห้องอะไร แต่เมื่อครูบาพรหมจักรสังวรเดินผ่านท่านหยุดยืนนิ่งครู่หนึ่ง แล้วหันมาบอกขออนุญาตขึ้นไปบนอาศรม และพอเดินขึ้นไปท่านก็ตรงไปนั่งคุกเข้าที่หน้าห้องพระรูปหลวงปู่ทันที ท่านนั่งคุกเข่าพูดพึมพำ พึมพำ ครู่หนึ่งท่านก็พูดขึ้นว่า
    --

    ครูบาพรหมจักรสังวร :
    **ครูใหญ่อยู่ที่นี่บารมีท่านสูงมาก พลังของท่านแผ่ออกมาจากรูปนี้กว้างไกลมาก นับเป็นมงคลยิ่งแล้วที่ได้มาพบท่านที่นี่ ท่านเป็นครูบาอาจารย์ที่ฉันนับถือ**
    --

    พูดจบท่านก็ลุกเดินตรงไปที่รูปหล่อบูชาขนาดเท่าจริง หลวงปู่เดินหน แล้วใช้มือลูบ ๆ จับ ๆ ที่องค์ท่านแล้วนำมาลูบที่ศีรษะ แล้วจึงหันมาสั่งให้เรียกเหล่าศิษย์ที่ตามมาวันนั้นทั้งหมด ให้ขึ้นมากราบรูปหล่อบูชาของหลวงปู่เดินหน เมื่อศิษย์กราบครบแล้ว ครูบาพรหมจักรสังวรท่านจึงลงจากอาศรม เพื่อไปนั่งสนทนากับอาจารย์สุวัฒน์ เมื่อสนทนาแล้วท่านกับคณะจึงลากลับไป เป็นอันว่าสิ้นสุดเรื่องราววันนั้น
    ............

    ❀❀❀❀❀❀❀❀
    พอวันรุ่งขึ้นอาจารย์สุวัฒน์อัญเชิญหลวงปู่มาประทับ หลวงปู่ท่านก็ได้พูดถึงพระสงฆ์ที่มากราบท่านเมื่อวาน อันหมายถึง ครูบาพรหมจักรสังวร หลวงปู่กล่าวยกย่องว่า
    --

    **ครูบาพรหมจักรสังวรเป็นพระอรหันต์ขั้นปฏิสัมภิญาณมีบารมีสมบูรณ์เต็มที่ (พระอรหันต์ขั้นสูงสุด) เมื่อใดท่านมรณภาพลง จิตท่านจะตรงมุ่งเข้าพระนิพพานทันที การที่มีพระอรหันต์มาเหยียบในบ้านเรือนที่พัก ท่านว่านับเป็นมงคลมากอย่างหาใดเปรียบ**
    --

    หลวงปู่ชื่นชมอีกว่าท่านมีพลังจิตแก่กล้า แต่ทำตัวเงียบขรึมแบบคมในฝัก เรื่องราวของครูบาพรหมจักรสังวรเห็นเป็นเรื่องสมควรบันทึกไว้ ทั้งเผยแพร่ให้สาธุชนทราบว่า ครูบาพรหมจักรสังวร เป็นหนึ่งในพระสงฆ์ที่หลวงปู่เดินหนเคยกล่าวชื่นชมไว้ในอดีต


    ขอขอบพระคุณข้อมูลจาก :
    - เพจฅนขลัง คลังวิชา
    - http://www.raklongsam.99wat.com/product/297235/พระเกศาครูบาพรหมา


    สภาพสวยเดิม ผงเก่ามวลสารศักดิ์สิทธิ์ พิมพ์คมชัดลึก พุทธคุณเน้นเมตตามหาลาภและคลาดเเคล้ว แบ่งให้บูชา 270 บาท(พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ)

    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com

    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     
  4. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,218
    ค่าพลัง:
    +14,474
    4974.สุดยอดมวลสารมหาพิธีสายกรรมฐาน 35วาระ พระปิดตาปลดหนี้นวโกฏิ
    วัดบรมนิวาส
    ยอดมวลสารอัฐิ,เกศา,และอังคารธาตุ พ่อแม่ครูอาจารย์

    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ
    ปิดตา วัดบรมใหม่ๆๆๆ.JPG

    พระปิดตาปลดหนี้นวโกฏิมหาเศรษฐี รุ่นครบรอบ 150 ปีเกิดของท่านเจ้าคุณอุปาลีคุณูปรามาจารย์ (จันทร์ สิริจันโท) อดีตเจ้าอาวาสวัดบรมนิวาส กทม. เนื้อผงมหาพุทธคุณ ผสมมวลสารจากอัฐิ,เกศา,และอังคารธาตุ 150 คณาจารย์
    ดำเนินการจัดสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 24- 25 มีนาคม พ.ศ.2549 เนื่องในงานบำเพ็ญกุศล150 ปี ท่านเจ้าคุณอุปาลีคุณูปรามาจารย์ (จันทร์ สิริจันโท) อดีตเจ้าอาวาสวัดบรมนิวาส ซึ่งท่านเป็นพระมหาเถระผู้มีคุณูปการณ์มากมายต่อพระศาสนาโดยเฉพาะในการอุปถัมป์พระธุดงคกรรมฐานสายหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น ให้มั่นคงจนมาถึงปัจจุบัน
    ทางคณะศูนย์อบรมภาวนาสิริจันโท วัดบรมนิวาส จึงได้จัดงานขึ้นเพื่อระลึกพระคุณของท่านที่มีต่อวัดบรมฯและคณะสงฆ์ธรรมยุต อีกทั้งยังเป็นการบำเพ็ญกุศลถวายท่านเจ้าคุณอุปาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจันโท) เป็นการน้อมรำลึกถึงพระคุณของท่านในวาระ 150 ปีชาติกาล อีกด้วย

    วัตถุประสงค์ :
    1.สมทบทุนนิธิศูนย์อบรมภาวนาสิริจันโท วัดบรมนิวาส ปทุมวัน กรุงเทพฯ
    2.สมทบทุนบูรณปฏิสังขรณ์ กุฏิปัทมาราช วัดบรมนิวาส (100ปี กุฏิปัทมราช)
    3.สมทบทุนสร้างพระอุโบสถวัดบึงพลาราม อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย(หลวงปู่ต้น สุทฺธิกาโม)
    4.สมทบทุนการจัดพิมพ์หนังสือของศูนย์อบรมภาวนาสิริจันโท


    มวลสารการจัดสร้างที่บรรจุหลังล็อกเก็ต
    มวลสารในการดำเนินการจัดสร้างพระปิดตาปลดหนี้ได้จากผงใบลานชำรุดที่เก็บรักษาไว้ในพระเจดีย์องค์ใหญ่ของวัดบรมนิวาสราชวรวิหารกทม. เป็นใบลานที่เชื่อกันว่าพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย์(หลวงปู่จันทร์สิริจนฺโท)อดีตเจ้าอาวาสวัดบรมนิวาส เป็นผู้จารขึ้น ได้นำมารวมกับมวลสาระสำคัญอีกมากมาย ได้แก่

    1.ผงจากพระพิชิตมาร พระประธานบนศาลาอุรุพงษ์ วัดบรมนิวาส
    2.ผงใบลาน ลายมือของท่านเจ้าคุณอุปาลีคุณูปรามาจารย์ (จันทร์ สิริจันโท)
    3.ผงกระเบื้องหลังคาศาลาอุรุพงษ์ วัดบรมฯ
    4.ไม้กุฏิของหลวงปู่เสาร์ กันตสีโล จากวัดดอนธาตุ
    5.ไม้กุของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่มาจากวัดป่าหนองผือ,วัดป่าบ้านโคก,วัดป่ากลางโนนกู่
    6.ผงอิทธิเจ
    7.ผงพระธาตุพระสิวลี
    8.แป้งเสกหลวงปู่บุดดา ถาวโร
    9.แป้งเสกหลวงปู่ชอบ ฐานสโม
    10.แป้งเจิมหลวงปู่หลอด ปโมทิโต
    11.แป้งเจิมหลวงปู่โส กัสสโป
    12.ผงบางขุนพรหม
    13.มวลสารวัตถุมงคลของ หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ
    14..มวลสารวัตถุมงคลของ หลวงปู่หลอด ปโมทิโต
    15..มวลสารวัตถุมงคลของ หลวงปู่โส กัสสโป
    16..มวลสารวัตถุมงคล รุ่น 9 มงคลของหลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
    17.มวลสารวัตถุมงคลของหลวงปู่ฝั้น อาจาโร
    18.ผงเสกของ ครูบาธรรมชัย
    19.ผง 300 อาจารย์
    20.ผงจากพระกรุ
    21.ดินสังเวชนียสถาน ประเทศอินเดีย
    22.ผงว่านเสกของ หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ
    23.ผงจากดอกบัวบูชา พระแก้วมรกต
    24.ผงตะไบพระกริ่งสิทธัตโถปี 2508

    **และมวลสารจากอัฐิ,เกศา,และอังคารธาตุ 150 คณาจารย์ อันได้แก่
    1.อัฐิ สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ วัดนรนาถฯ กรุงเทพฯ
    2.อัฐิ พระหรหมมุนี วัดบรมนิวาส กรุงเทพฯ
    3.อัฐิ หลวงปู่ทิม วัดระหารไร่ ระยอง
    4.อัฐิ ครูบาพรหมจักร วัดพระพุทธบาทตากผ้า ลำพูน
    5.อัฐิ หลวงปู่ประยุทธ์ ธัมยุตโต
    6.อัฐิ หลวงปู่สิม วัดถ้ำผาปล่อง เชียงใหม่
    7.อัฐิ หลวงปู่คำพอง กุสลธโร วัดป่านิโคธาราม อุดรฯ
    8.อัฐิ หลวงปู่ทองฤทธิ์ อุตตโม
    9.อัฐิ หลวงพ่อสนั่น รกฺขิตสีโล สกลนคร
    10.อัฐิ อาจารย์สิงห์ทอง ธัมวโร สกลนคร
    11.เกศา สมเด็พระอริยวงศาคตญาณ (อยู่) วัดสะเกศ กรุงเทพฯ
    12.เกศา สมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ พระสังฆราชองค์ปัจจุบัน) วัดบวรฯ กรุงเทพฯ
    13.เกศา สมเด็จพระพุทธปาพจนบดี (ทองเจือ) วัดราชบพิธ กรุงเทพฯ
    14.เกศา สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสโส) วัดบรมฯ กรุงเทพฯ
    15.เกศา พระอุปาลีคุณูปรามาจารย์ (จันทร์ สิริจันโท) วัดบรมฯกรุงเทพฯ
    16.เกศา พระธรรมเจดีย์ (จูม) วัดโพธิสมภรณ์ อุดรฯ
    17.เกศา - อังคาร อาจารย์พรหม จิรปุญโญ
    18.เกศา - อังคาร อาจารย์มั่น ภูริทัตโต
    19.เกศา ท่านพ่อลี ธัมมธโร
    20.เกศา หลวงปู่ขาว อนาลโย
    21.เกศา - ชานหมาก อาจารย์ฝั้น อาจาโร
    22.เกศา หลวงปู่แหวน สุจิณโณ
    23.เกศา หลวงปู่แว่น ธนปาโร
    24.เกศา หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
    25.เกศา - ชานหมาก หลวงตามหาบัว ญาณสัมปัณโณ
    26.เกศา หลวงปู่ลือ ปุญโญ
    27.เกศา หลวงปู่ลี ฐิตธัมโม
    28.เกศา หลวงปู่สุวัจน์ สุวโจ
    29.เกศา หลวงพ่อพุธ ฐานิโย
    30.เกศา อาจารย์วัน อุตตโม
    31.เกศา - อังคาร หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม
    32.เกศา - อังคาร หลวงปู่พวง สุวีโร
    33.เกศา หลวงพ่อสมชาย ฐิตวิริโย
    34.เกศา หลวงปู่บุดดา ถาวโร
    35.เกศา หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ
    36.เกศา หลวงปู่จันทร์แรม เขมสิริ
    37.เกศา อาจารย์แบน ธนกาโร
    38.เกศา หลวงพ่อจวน วัดหนองสุ่ม
    39.เกศา หลวงพ่อเกษม เขมโก
    40.เกศา หลวงพ่อโชติ โชติปาโล
    41.เกศา หลวงปู่จันทร์ศรี วัดโพธิสมภรณ์
    42.เกศา หลวงปู่หลอด ปาโมทิโต
    43.เกศา หลวงปู่จันทร์โสม กิตติกาโร
    44.เกศา หลวงตาแตงอ่อน กลญาณธัมโม
    45.เกศา หลวงปู่บุญมี ปริปุณโณ
    46.เกศา หลวงปู่เพียร วิริโย
    47.เกศา หลวงปู่รอด วัดทุ่ศรีเมือง
    48.เกศา หลวงปู่มา ญาณวโร
    49.เกศา หลวงตาพวง สุขินทริโย
    50.เกศา หลวงปู่ต้น สุทธิกาโย
    51.เกศา หลวงปู่ท่อน ญาณธโร
    52.เกศา หลวงปู่โส กัสสโป
    53.เกศา หลวงปู่ลี กุสลธัมโม
    54.เกศา หลวงปู่จันทรา ถาวโร
    55.เกศา หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ
    56.เกศา หลวงพ่อทองพูล สิริกาโม
    57.เกศา หลวงปู่บุญพิน กตปุณโณ
    58.เกศา หลวงปู่คำพันธ์ จันทูปโม
    59.เกศา หลวงปู่ขาน ฐานวโร
    60.เกศา อาจารย์อุทัย สิรินธโร
    61.เกศา หลวงปู่กว้าน เขมโก
    62.เกศา - อังคาร ครูบากรองคำ วัดพระธาตุดอยเปา
    63.เกศา สมเด็จพระญาวโรดม วัดเทพศิรินทร์
    64.เกศา หลวงพ่อคูณ สุเมโธ
    65.เกศา หลวงปู่เรือง วัดเขาสามร้อยยอด
    66.เกศา หลวงตาพันธ์ อาจาโร
    67.เกศา หลวงปู่เจิม ปัญญาพโล
    68.เกศา หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมธโร
    69.เกศา หลวงปู่นิล มหันตปัญโญ
    70.เกศา หลวงปู่ศรีจันทร์ วัดเลยหลง
    71.เกศา หลวงปู่แสง ญาณวโร
    72.เกศา ครูบาศรีวิชัย
    73.เกศา อาจารย์จันทร์เรียน คุณวโร
    74.เกศา หลวงปู่เริ่ม วัดจุกเฌอ
    75.เกศา เจ้าคุณนรฯ
    76.เกศา หลวงปู่บุญจันทร์ กมโล
    77.เกศา หลวงปู่กลั่น วัดพระญาติ
    78.เกศา หลวงปู่พร สุมโน
    79.เกศา หลวงปู่เจือ วัดกลางบางแก้ว
    80.เกศา หลวงปู่บุญเพ็ง กัปปโก
    81.เกศา หลวงปู่ทิม วัดพระขาว
    82.เกศา หลวงพ่อแนม วัดเขาหน่อ
    83.เกศา หลวงปู่บุญหนา ธัมมทินโน
    84.เกศา พระพุทธพจน์วราภรณ์ วัดเจดีย์หลวง
    85.เกศา หลวงพ่อแช่ม วัดดอนยายหอม
    86.เกศา หลวงปู่ชื้น วัดญาณเสน
    87.เกศา หลวงปู่ทา วัดถ้ำซับมืด
    88.เกศา หลวงปู่คร่ำ วัดวังหว้า
    89.เกศา ครูบาผัด วัดศรีดอนมูล
    90.เกศา หลวงปู่ชม วัดนางใน
    91.เกศา - อังคาร หลวงปู่บุญ ชินวังโส
    92.เกศา ครูบาน้อย วัดบ้านปง
    93.เกศา อาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม
    94.เกศา อาจารย์เปลี่ยน ปัญญาปทีโป
    95.เกศา หลวงปู่คำดี ปภาโส
    96.เกศา หลวงปู่บัว สิริปุญโญ
    97.เกศา ครูบาบุญบั๋น วัดร้องคุ้ม
    98.เกศา - อังคาร อาจารย์จวน กุลเชฏโฐ
    99.เกศา หลวงปู่โง่น โสรโย
    100.เกศา หลวงปู่เพ็ง พุทธสโร
    101.เกศา ครูบาอิน วัดฟ้าหลั่ง
    102.เกศา หลวงปู่เย็น วัดสระเปรียญ
    103.เกศา อาจารย์คำบ่อ ฐิตปัญโญ
    104.เกศา หลวงปู่สาย เขมธัมโม
    105.เกศา หลวงปู่กิ ธัมมุตตโม
    106.เกศา หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ
    107.เกศา หลวงปู่ผ่าน ปัญญาปทีโป
    108.เกศา หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ
    109.เกศา หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปัญฑิโต
    110.เกศา หลวงปู่สังข์ สงฺกิจโจ
    111.อังคาร หลวงปู่เสาร์ กันตสีโร
    112.อังคาร หลวงปู่สาม อกิญจโณ
    113.อังคาร หลวงปู่เขียน ฐิตสีโล
    114.อังคาร หลวงปู่บัวพา ปัญญาภาโส
    115.อังคาร- เกศา หลวงปู่คำพอง ติสโล
    116.อังคาร - เกศา หลวงปู่หลวง กตปุญโญ
    117.อังคาร- เกศา หลวงปู่อุ่น ชาคโร
    118.อังคาร - เกศา หลวงปู่ชอบ ฐานสโม
    119.อังคาร - เกศา หลวงปู่เทศก์ เทศรังสี
    120.อังคาร หลวงปู่หลุย จันทสาโร
    121.อังคาร หลวงพ่อผาง จิตฺตคุตุโต
    122.อังคาร หลวงปู่เปลื้อง ปัญญวนโต
    123.อังคาร หลวงปู่ถิร ถิรธัมโม
    124.อังคาร หลวงปู่คำตัน ฐิตธัมโม
    125.อังคาร หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท
    126.อังคาร หลวงปู่หล้า เขมปัตโต
    127.อังคาร หลวงปู่บุญจันทร์ จันทวโร
    128.อังคาร หลวงปู่อุ่น กลฺญาณะมโม
    129.อังคาร หลวงปู่ผาง ปริปุณโณ
    130.อังคาร หลวงปู่ทองอินทร์ กุสลจิตโต
    131.อังคาร หลวงปู่สีทน สีลธโน
    132.อังคาร อาจารย์ทองเฒ่า วัดเขาอ้อ
    133.อังคาร หลวงปู่สอน ถาวโร
    134.อังคาร หลวงปู่กรอง วัดสระมณฑ,
    135.อังคาร หลวงพ่อชา สุภัทโท
    136.อังคาร หลวงปู่สีลา อิสฺสโร
    137.อังคาร หลวงปู่เมตตาหลวง กตปุญโญ
    138.อังคาร พระราชภาวนาวิสุทธิเถระ (กำพล) วัดเทพศิรินทร์
    139.อังคาร หลวงปู่มหาบุญมี สิรินทโร
    140.อังคาร อาจารย์บุญมา ฐิตเปโม
    141.อังคาร อาจารย์กู่ ธัมมทินโน
    142.อังคาร หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี
    143.อังคาร หลวงพ่อไปล่ วัดกำแพง
    144.อังคาร หลวงปู่จันทร์ เขมปัตโต
    145.อังคาร พระธรรมไตรโลกาจารย์ วัดศรีเมือง
    146.อังคาร หลวงปู่อุ่น อุตตโม
    147.อังคาร หลวงปู่คำ ยสกุลปุตโต
    148.อังคาร หลวงปู่จำปี วัดป่าสาละวัน
    149.อังคาร หลวงปู่คำฟอง เขมจาโร
    150.อังคาร ครูบาคำแสน วัดสวนดอก



    กำหนดการ
    - วันศุกร์ที่ 24 มีนาคม 2549 พศ. 2549 แรม 10 ค่ำ เดือน 4
    เวลา 14.30 น. พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์ ณ พระอุโบสถวัดบรมนิวาส
    เวลา 15.09 น. สมเด็จพระญาณโรดม วัดเทพศิรินทราวาส เป็นประธานจุดเทียนชัยพุทธาภิเษกวัตถุมงคลรุ่น 150 ปีฯ ณ. ศาลาอุรุพงษ์ พระคณาจารย์ 19 รูป นั่งปรกอธิฐานจิต
    เวลา 22.39 น. พระเทพสังวรญาณ(หลวงตาพวง สุขินฺทริโย) ดับเทียนชัย


    - วันเสาร์ที่ 25 มีนาคม พศ. 2549 แรม 11 ค่ำ เดือน 4
    เวลา 07.00 น. พระสงฆ์ 150 รูป ออกบิณฑบาต ณ ศาลาสนิทวงศ์ (อาหารแห้ง)
    เวลา 07.30 น. ตักบาตรพระคณาจารย์ 19 รูปที่มาพุทธาภิเษก(อาหารคาว-หวาน)
    พระสงฆ์ 19 รูป สวดมาติกาบังสุกุล ถวายแด่ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) และเจริญพระพุทธมนต์
    เวลา 08.00 น. ถวายภัตตาหารแด่ พระสงฆ์ 19 รูป
    เวลา 09.00 น. ถวายไทยธรรม พระสงฆ์กล่าวอนุโมทนากถา
    เวลา 09.30 น. แสดงพระธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อคูณ สุเมโธ วัดป่าภูทอง จังหวัดอุดรธานี
    จึงขอกราบเรียน เรียนเชิญและเจริญพรเชิญชวน ท่านที่เคารพนับถือในท่านเจ้าพระคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์(จันทร์ สิริจนฺโท อดีตเจ้าอาวาสวัดบรมนิวาส พระบูรพาจารย์แห่งวงศ์พระกรรมฐาน มาร่วมงานโดยพร้อมเพรียงกัน


    รายนามพระคณาจารย์ที่อฐิษฐานจิต ปลุกเสกชนวน
    ๑. พระเทพสังวรญาณ (หลวงตาพวง สุขินฺทริโย) วัดศรีธรรมาราม จ.ยโสธร
    ๒. พระราชวรคุณ (เจ้าคุณโพธินันทมุนี) วัดบูรพาราม จ.สุรินทร์
    ๓. พระราชภาวนาภินิจ (เจ้าคุณอุดมฯ) วัดพุทธบูชา กรุงเทพฯ
    ๔. พระญาณทีปาจารย์ (หลวงปู่ท่อน ญาณธโร) วัดศรีอภัยวัน จ.เลย
    ๕. สมเด็จพระญาณวโรดม วัดเทพศิริน กรุงเทพฯ
    ๖. พระครูสังวรสมณวัตร (หลวงปู่ทิม อตฺตสนฺโต) วัดพระขาว จ.อยุธยา
    ๗. พระครูสุทธิคุณรังสี (หลวงปู่ทอง ปญฺญาทีโป) วัดรังสีสุทธาวาส อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
    ๘. พระครูวิเวกวัฒนาทร (หลวงปู่บุญเพ็ง กปฺปโก) วัดป่าวิเวกธรรม จ.ขอนแก่น
    ๙. พระครูสุนทรธรรมวินิฐ (หลวงพ่อรวย ปาสาทิโก) วัดตะโก จ.อยุธยา
    ๑๐. พระครูเขมคุณโสภณ (หลวงปู่จันทร์แรม เขมสิริ) วัดเกาะแก้วธุดงคสถาน จ.บุรีรัมย์
    ๑๑. พระครูวิทิตพัฒนาการ (หลวงพ่อจ้อย พุทธฺสโร) วัดหนองน้ำเขียว จ.ชลบุรี
    ๑๒.หลวงพ่อวิชัย วัดถ้ำผาจม จ.เชียงราย
    ๑๓. พระครูวิมลภาวนาคุณ (หลวงพ่อคูณ สุเมโธ) วัดป่าภูทอง จ.อุดรธานี
    ๑๔. พระครูมนูญธรรมวัตร (หลวงพ่อสาคร มนุญฺโญ) วัดหนองกรับ จ.ระยอง
    ๑๕. พระครูสมุห์เจือ ปิยสีโล วัดกลางบางแก้ว จ.นครปฐม
    ๑๖. พระพรหมมุนี วัดบวรนิเวส กรุงเทพฯ
    ๑๗. หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปณฺฑิโต ที่พักสงฆ์สวนทิพย์ จ.นนทบุรี
    ๑๘. หลวงปู่สรวง สิริปุญฺโญ วัดบ้านสีฐาน จ.ยโสธร
    ๑๙. หลวงพ่อคำบ่อ ฐิตปญฺโญ วัดใหม่บ้านตาล จ.สกลนคร
    ๒๐. หลวงปู่กาหลง วัดเขาแหลม จ.สระแก้ว
    ๒๑.หลวงพ่ออั้น วัดโรงโค จ.อุทัยธานี



    ### ข้อมูลและภาพถ่ายในพิธีพุทธาภิเษก ###
    https://www.mediasocialnews.com/สิริจันโท-150-ปี/


    ๒.งานพุทธาภิเสกพระกริ่งวันสงกรานต์ปี๔๙ วัดสุทัศฯ
    - หลวงปู่กาหลง หลวงพ่ออั้น หลวงพ่อทรง เป็นต้น

    ๓.งานพุทธาภิเสกพระกริ่งหลวงวัดสุทัศฯปี๔๙

    ๔.งานไหว้ครูหลวงปู่กาหลง

    - (หลวงปู่กาหลง หลวงพ่ออั้น ฯลฯ)

    ๕.งานพุทธาภิเสกวัตถุมงคล สสส วัดพระขาว อยุธยา ปี๔๙

    - หลวงปู่ทิม หลวงพ่อรวย หลวงพ่อเอียด หลวงพ่อเพิ่ม หลวงพ่อพูนฯลฯ

    ๖.งานพุทธาภิเสกวัดโคกหิรัญ อยุธยาปี๔๙

    - เกจิอยุธยาทั้งหมด

    ๗.งานพุทธาภิเสกวัดพุทธบชา ปี๔๙

    - หลวงปู่จันทร์แรม เขมสิริ
    - หลวงตาพวง สุขินฺทริโย
    - พระราชภาวนาภินิจ(สนธิ์ อนาลโย)
    - หลวงปู่ท่อน ญาณธโร
    - หลวงพ่อไพบูลย์ สุมงฺคโล
    - หลวงพ่อเปลี่ยน ปญฺญาปทีโป เป็นต้น


    ๘.งานมุทิตา ๙๑ ปี หลวงปู่หลอด ปโมทิโต ปี๔๙

    - หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป
    - หลวงปู่เสรี สีลวุฒฺโฑ
    - หลวงปู่จันทร์แรม เขมสิริ
    - หลวงปู่ท่อน ญาณธโร
    - หลวงตาพวง สุขินฺทริโย
    - หลวงปู่บุญหนา ธมฺมทินฺโน
    - หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปณฺฑิโต
    - หลวงพ่อคูณ สุเมโธ
    - หลวงปู่สมุทร วัดเขาจีนแล ลพบุรี ฯลฯ


    ๙.งานบูชาคุณแผ่นดิน ณ ศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ ๑๑ มี.ค.๕๐

    - พระเทพสังวรญาณ (หลวงตาพวง สุขินฺทริโย) วัดศรีธรรมาราม จ.ยโสธร
    - พระครูเขมคุณโสภณ (หลวงปู่จันทร์แรม เขมสิริ) วัดเกาะแก้วธุดงคสถาน จ.บุรีรัมย์
    - พระครูวิมลภาวนาคุณ (หลวงพ่อคูณ สุเมโธ) วัดป่าภูทอง จ.อุดรธานี
    - พระครูสมุห์เจือ ปิยสีโล วัดกลางบางแก้ว จ.นครปฐม
    - หลวงปู่ดี วัดเทพากร กรุงเทพฯ
    - หลวงพ่อทองคำ วัดหลวงอรัญ จ.สระแก้ว
    - ครูบาสิทธิ วัดบางต้นเดื่อ จ.เชียงใหม่
    - ครูบาผัด วัดศรีดอนมูน จ.สุโขทัย
    - หลวงปู่สรวง วัดศรีฐาน จ.ยโสธร
    - หลวงพ่อเจิม วัดหนองน้ำขุ่น จ.ระยอง
    - หลวงพ่อสุข วัดท่าตะคร้อ จ.กาญจนบุรี
    - พ่อท่านแจ้ง วัดทรายขาว จ.สงขลา ฯลฯ



    วาระการอธิษฐานจิตแบบเดี่ยว 24 วาระดังนี้
    รายนามพระคณาจารย์ที่ปลุกเสก-อฐิษาจิตเดี่ยว
    ๑.หลวงปู่บุญฤทธิ์ อฐิษาจิต ๕ ครั้งพร้อมเหรียญรุ่นแรก ปี๔๙-๕๐
    ๒.หลวงตาพวง อฐิษาจิต ๔ ครั้งพร้อมพระกริ่ง๑๕๐ปีฯชุดแจกกรรมการ
    ๓.หลวงปู่ทิม วัดพระขาว อฐิษาจิต ๓ ครั้ง ปี๔๙-๕๐
    ๔.หลวงพ่อรวย วัดตะโก อฐิษาจิต ๓ ครั้ง ปี๔๙-๕๐
    ๕.หลวงพ่อเอียด วัดไผ่ล้อม อฐิษาจิต ๓ ครั้ง ปี๔๙-๕๐
    ๖.หลวงปู่จันทร์แรม เขมสิริ อฐิษาจิต ๒ ครั้ง
    ๗.หลวงปู่บุญหนา อฐิษาจิต ๒ ครั้ง
    ๘.หลวงพ่อคำบ่อ อฐิษาจิต ๒ ครั้ง
    ๙.หลวงพ่ออั้น วัดโรงโค อฐิษาจิต ๒ ครั้ง
    ๑๐.หลวงปู่กาหลง เขี้ยวแก้ว อฐิษาจิต ๒ ครั้ง
    ๑๑.หลวงปู่ท่อน อฐิษาจิต ๑ ครั้ง
    ๑๒.หลวงปู่โส กสฺสโป อฐิษาจิต ๑ ครั้ง
    ๑๓.หลวงปู่บุญมี ปริปุณโณ อฐิษาจิต ๑ ครั้ง
    ๑๔.หลวงปู่สาย เขมฺมธมฺโม อฐิษาจิต ๑ ครั้ง
    ๑๕.หลวงพ่อคูณ สุเมโธ อฐิษาจิต ๑ ครั้ง
    ๑๖.หลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว อฐิษาจิต ๑ ครั้ง
    ๑๗.หลวงพ่อพูน วัดบ้านแพน อฐิษาจิต ๑ ครั้ง
    ๑๘.หลวงพ่อจ้อย วัดหนองน้ำเขียว อฐิษาจิต ๑ ครั้ง
    ๑๙.หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ อฐิษาจิต ๑ ครั้ง
    ๒๐.หลวงพ่อเจือ วัดกลางบางแก้ว อฐิษาจิต ๑ ครั้ง
    ๒๑.หลวงปู่แย้ม วัดสามง่าม อฐิษาจิต ๑ ครั้ง
    ๒๒.หลวงพ่ออับ วัดท้องไทร อฐิษาจิต ๑ ครั้ง
    ๒๓.หลวงพ่อทรง วัดศาลาดิน อฐิษาจิต ๑ ครั้ง
    ๒๔.หลวงพ่ออวยพร วัดดอนยายหอม อฐิษาจิต ๑ ครั้ง
    และยังมีครูบาอาจารย์อีกหลายรูปที่ไม่ได้จดบรรทึกไว้



    สภาพสวยเดิมๆ พิมพ์คมชัดลึกแป้งเดิมๆไม่ผ่านการสัมผัส พระไม่ช้ำเก่าเก็บครับ พระสมเด็จรุ่นนี้ดีนอกดีใน พุทธคุณครอบครบมวลสารยอดมหามงคล แบ่งให้บูชา 270 บาท (พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ)

    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com

    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     
  5. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,218
    ค่าพลัง:
    +14,474
    4975.The last พระเถระ 5แผ่นดิน ผู้สำเร็จวิชาเป่าทอง ศิษย์สาย ลป.ศุข วัดสุทัศน์
    เหรียญ รุ่น2 หลวงปู่พิชัย ฐิติลาโภ แห่งสำนักสงฆ์เขาหงษ์

    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ
    เหรียญรุ่น2 พ่อพิชัย สุดท้าย.JPG

    [​IMG]
    เหรียญรุ่น 2 หลวงปู่พิชัย ฐิติลาโภ แห่งสำนักสงฆ์เขาหงษ์ ต.นิคม อ.เมือง จ.ลพบุรี เนื้อัลปาก้า บล็อกกษาปณ์ ดำเนินการจัดสร้าง เมื่อปีพ.ศ.2545

    จัดสร้างทั้งหมด
    1.เนื้อทองคำรันหมายเลข สร้างจำนวน 9 เหรียญ
    2.เนื้อเงินรันหมายเลข สร้างจำนวน 500 เหรียญ
    3.เนื้อทองแดงรันเลข สร้างจำนวน 1000 เหรียญ
    4.เนื้ออัลปาก้า สร้างจำนวน 3000 เหรียญ



    ***************************************


    พระดร.พิชัย ฐิติลาโภ หรือ หลวงตาพิชัย หรือ หลวงปู่เขาหงษ์
    อายุ 108ปี (เกิด 22 เมษายน 2445) จะจบปริญญาเอกครุศาสตร์จาก มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

    พระเถระ 5 แผ่นดิน
    ผู้สำเร็จวิชาเป่าทองในระดับสุดยอด เป่าคราวเดียวหายวับไปกับตา แต่ถ้าเข้าเครื่อง X-Ray ละก็เห็นหมดทุกแผ่น ซึ่งทำเอานายแพทย์หลายท่านต้องประหลาดใจ เพราะเห็นแผ่นทองหลายแผ่นติดอยู่ที่ศีรษะลูกศิษย์ของหลวงปู่ที่มารับการตรวจ โดยการ X-Ray

    ผู้สืบทอดสุดยอดวิชาแห่งสำนักวัดมะขามเฒ่า โดยมีองศ์หลวงปู่ปลื้มผู้เป็นน้องร่วมสายโลหิตของหลวงปู่ศุขเป็นผู้ฝึกสอน ให้โดยตรง และหลวงปู่ปลื้มผู้นี้เองที่เป็นผู้สร้างวัตถุมงคลพระเครื่องต่างๆ ให้แก่องค์หลวงปู่ศุขในขณะนั้น และเป็นสมภารเจ้าผู้ครองวัดมะขามเฒ่าในเวลาต่อมา

    ปรมาจารย์ผู้มีอาวุโสสูงสุดแห่งสำนักวัดสุทัศน์ หลวงปู่พิชัยจำพรรษาอยู่ที่วัดสุทัศน์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493-2511 ซึ่งในขณะนั้นท่านมีชื่อเสียงทางด้านการเทศนาธรรม เป็นปราชญ์แห่งธรรม และมีศักดิ์เป็นถึง ท่านเจ้าคุณพระสุนทรธรรมรส รองเจ้าคณะ 1 แห่งวัดสุทัศน์ ท่านได้เข้าพิธีพุทธาภิเษกครั้งสำคัญๆ มากมายหลายพิธีในสมัยนั้น ก่อนออกธุดงค์ไปหลายปีจนมาถึงสำนักสงฆ์เขาหงษ์ในปัจจุบัน

    ซึ่งฉายาของหลวงปู่นั้นมีมากมายเนื่องจากหลวงปู่ได้รับนิมนต์ไปงานพิธีพุทธา ภิเษกอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งท่านจะบอกลูกศิษย์ว่าไม่ต้องมาดูแล ท่านไปเอง กลับเอง ไม่เป็นภาระใคร ดังนั้นเองเมื่อไปถึงงานจึงไม่มีใครรู้จักท่านซึ่งท่านก็หลบพักผ่อนอยู่ตาม ลำพังจนถึงเวลาปลุกเสกจึงจะเข้าไปนั่งปรกจนเสร็จแล้วลุกออกจากงานทันทีไม่ อยู่รอจนจบพิธี ดังนั้นเองผู้จัดงานทั้งหลาย โฆษกเองก็ดี จึงไม่รู้จักท่าน ไม่รู้ว่ามายังไง เมื่อไร และชื่ออะไร จึงต่างเรียกท่านตามรูปพรรณสันฐานว่า อาจารย์ดำ หลวงปู่ดำ และบางครั้งเรียก หลวงพ่อใหญ่ ก็มี จนถึงฉายา “พระอาจารย์ในดง”


    ประวัติของหลวงปู่สุดมัน

    - https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/18195
    - http://www.g-pra.com/webboard/show.php?Category=general_talk&No=162611


    **************************************

    พระเถระ 5 แผ่นดิน ผู้สืบทอดสุดยอดวิชาแห่งสำนักวัดมะขามเฒ่า ปรมาจารย์ผู้มีอาวุโสสูงสุดแห่งสำนักวัดสุทัศน์ พระในตำนาน ซึ่งเป็นที่กล่าวขวัญถึงกันมากในหมู่พระธุดงค์ ผู้สำเร็จวิชาเป่าทองในระดับสุดยอด เป่าคราวเดียวหายวับไปกับตา แต่ถ้าเข้าเครื่อง X-Ray ละก็เห็นหมดทุกแผ่น ทั้งหมดที่กล่าวขึ้นมา คือ องค์หลวงปู่ พิชัย ฐิติลาโภ ปรมาจารย์ผู้เฒ่าแห่งสำนักสงฆ์เขาหงษ์ อ.เมือง จ.ลพบุรี พระผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของลูกศิษย์มากมายในปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญในสุดยอดวิชาการเป่าทอง ซึ่งทำเอานายแพทย์หลายท่านต้องประหลาดใจ เพราะเห็นแผ่นทองหลายแผ่นติดอยู่ที่ศีรษะลูกศิษย์ของหลวงปู่ที่มารับการตรวจโดยการ X-Ray

    เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีหนังสือพิมพ์หลายฉบับ วารสาร รายการโทรทัศน์ ได้เผยแพร่เรื่องราวของหลวงปู่ในนามของ “หลวงตาฮาร์วาร์ด” ผู้ชำนาญในการใช้สมุนไพรโบราณและตัวยาในแผนปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่มาของฉายานี้ก็มาจากเมื่อครั้งก่อนบวชนั้นท่านได้สำเร็จการศึกษาสูงสุดในระดับปริญญาเอก หรือเป็นด๊อกเตอร์ที่จบจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดนั่นเอง ซึ่งต่อมาได้อุปสมบท ณ อุโบสถวัดสุทัศน์เทพวราราม โดยมี สมเด็จพระสังฆราชแพ เป็นพระอุปัชฌาย์ นอกจากนั้นหลวงปู่ยังได้ศึกษาวิชาพุทธาคมในสายหลวงปู่ศุข วัดมะขามเฒ่า โดยมีองศ์หลวงปู่ปลื้มผู้เป็นน้องร่วมสายโลหิตของหลวงปู่ศุขเป็นผู้ฝึกสอนให้โดยตรง และหลวงปู่ปลื้มผู้นี้เองที่เป็นผู้สร้างวัตถุมงคลพระเครื่องต่างๆ ให้แก่องค์หลวงปู่ศุขในขณะนั้น และเป็นสมภารเจ้าผู้ครองวัดมะขามเฒ่าในเวลาต่อมา

    ดังนั้นจึงกล่าวได้เต็มปากว่า หลวงปู่พิชัยท่านเป็นปรมาจารย์ผู้สำเร็จสุดยอดวิชาทั้งสำนักวัดมะขามเฒ่าและสายวัดสุทัศน์ หลวงปู่พิชัยจำพรรษาอยู่ที่วัดสุทัศน์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493-2511 ซึ่งในขณะนั้นท่านมีชื่อเสียงทางด้านการเทศนาธรรม เป็นปราชญ์แห่งธรรม และมีศักดิ์เป็นถึง ท่านเจ้าคุณพระสุนทรธรรมรส รองเจ้าคณะ 1 แห่งวัดสุทัศน์ ท่านได้เข้าพิธีพุทธาภิเษกครั้งสำคัญๆ มากมายหลายพิธีในสมัยนั้น ก่อนออกธุดงค์ไปหลายปีจนมาถึงสำนักสงฆ์เขาหงษ์ในปัจจุบัน ซึ่งฉายาของหลวงปู่นั้นมีมากมายเนื่องจากหลวงปู่ได้รับนิมนต์ไปงานพิธีพุทธาภิเษกอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งท่านจะบอกลูกศิษย์ว่าไม่ต้องมาดูแล ท่านไปเอง กลับเอง ไม่เป็นภาระใคร ดังนั้นเองเมื่อไปถึงงานจึงไม่มีใครรู้จักท่านซึ่งท่านก็หลบพักผ่อนอยู่ตามลำพังจนถึงเวลาปลุกเสกจึงจะเข้าไปนั่งปรกจนเสร็จแล้วลุกออกจากงานทันทีไม่อยู่รอจนจบพิธี ดังนั้นเองผู้จัดงานทั้งหลาย โฆษกเองก็ดี จึงไม่รู้จักท่าน ไม่รู้ว่ามายังไง เมื่อไร และชื่ออะไร จึงต่างเรียกท่านตามรูปพรรณสันฐานว่า อาจารย์ดำ หลวงปู่ดำ และบางครั้งเรียก หลวงพ่อใหญ่ ก็มี จนถึงฉายา “พระอาจารย์ในดง” ชื่อนี้ลูกศิษย์หลายท่านเมื่อครั้งไปเรียนกับหลวงปู่ในป่าในเขาเมื่อหลายสิบปีก่อนใช้เรียกกันและเคยมีการเขียนถึงในหนังสือหลายเล่มในขณะนั้น จนเป็นที่กล่าวกันว่าผู้ใดพบพระอาจารย์ในดงผู้นั้นได้พบขุมวิชาแห่งสำนักวัดมะขามเฒ่า และเมื่อถามหลวงปู่ว่าชื่อฉายาที่มากมายนี้หลวงปู่ชอบให้เรียกชื่อไหน ซึ่งท่านก็บอกว่าเรียก “พระอาจารย์เขาหงษ์” สิดี และนั้นจึงเป็นที่มาของฉายานี้ ซึ่งเรื่องราวประวัติตลอดจนอิทธิปาฏิหารย์แห่งองค์หลวงปู่ในขณะนั้นมีมากมาย ซึ่งจะได้นำเผยแพร่ในโอกาสต่อ ๆ ไป ส่วนในเรื่องของวัตถุมงคลนั้นทราบมาว่าหลวงปู่เคยจัดสร้างมาแล้ว 2 ครั้ง คือ เหรียญรุ่นแรกปี พ.ศ. 2523 และรุ่นสอง เป็นเหรียญกษาปณ์สร้างประมาณปี พ.ศ. 2544-2545 ซึ่งทั้ง 2 รุ่นนั้นได้หมดไปจากวัดมานานแล้ว และได้ทราบว่าในวาระมงคลอายุ 108 ปีนี้ หลวงปู่ได้เมตตาให้จัดสร้างวัตถุมงคลอีกครั้ง ซึ่งในรายละเอียดต่าง ๆ นั้น คงจะได้มีการเผยแพร่ให้ทราบโดยทั่วกันในโอกาสต่อไป


    สภาพสวยเดิมๆ พิมพ์คมชัดลึกพุทธคุณ เด่นมากทางด้านแคล้วคลาด เมตตามหานิยม และเรียกโชคเรียกลาภ เรียกทรัพย์สินเงินทองไหลให้มาเทมาไม่ขาดมือ ได้อย่างดีเยี่ยม แบ่งให้บูชา 456 บาท (พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ)




    (คุณKKT จองแล้วครับ)





    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com

    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 24 เมษายน 2026
  6. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,218
    ค่าพลัง:
    +14,474
    4976.ยอดประสบการณ์หายาก พระปิดตาซุ้มประตู รุ่นแรก
    หลวงพ่อฮวด วัดหัวถนนใต้ ทายาทพุทธาคมสายตรง หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ

    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ
    ปิดตา พ่อฮวด หัวถนน ใหม่.JPG

    [​IMG]

    พระปิดตาซุ้มประตู รุ่นแรก หลวงพ่อฮวด วัดหัวถนนใต้ จังหวัดนครสวรรค์ เนื้อผงวิเศษสีเทา เคลือบแดง ดำเนินการจัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2522

    จัดสร้างขึ้น 2 เนื้อคือเนื้อสีเทาจำนวน 2,525 องค์ และเนื้อสีแดงจำนวน 2,525 องค์

    มวลสารศักดิ์สิทธิ์
    - ผงใบลานเผาไฟ(ใบลานจากตำราโบราณที่ชำรุด)
    - เกสรดอกไม้
    - ดอกไม้แห้งจากที่บูชาพระ
    - รากรักซ้อนตายพราย
    - รากมะยมตายพราย
    - ยอดสวาท
    - เถาวัลย์หลง
    - เถาเครือหลง
    - กาฝากรักตายพราย
    - รากพุดซ้อน
    - รากมะรุม เป็นต้น

    วาระการปลุกเสก
    - หลวงพ่อฮวด ได้ปลุกเสกเดี่ยว ตลอดไตรมาส ก่อนนำออกให้ทำบุญเพื่อสร้างศาลาการเปรียญ

    นับว่าเป็นพระปิดตาที่ออกแบบได้สวยงามและสูงด้วยประสบการณ์ทางเมตตามหานิยม โชคลาภ เป็นยิ่งนัก

    ขอขอบคุณข้อมูลจาก
    - https://palungjit.org/threads/ตามหาคู่แท้-ให้หลวงพ่อท่าน-ภาค-๒-ครับ.296537/page-8#post-4897028
    - https://www.web-pra.com/shop/ray2550/show/1309949
    - https://uauction2.uamulet.com/AuctionDetail.aspx?bid=403&qid=183193


    หลวงพ่อฮวด กัณฑโว วัดหัวถนนใต้ อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์
    พระเถระของชาวบ้าน พระเกจินักพัฒนาและยังเป็นพระเถระที่ทรงวิทยาคุณ เป็นศิษย์หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ, หลวงพ่อคล้าย วัดพนมรอก และอีกหลายคณาจารย์ มีนามเดิมว่า ฮวด พงษ์ทอง เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน 2447 ตรงกับวันแรม 7 ค่ำ เดือน 7 ปีมะโรงที่บ้านดอนหวาย อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี ทั้งนี้ ครอบครัวได้ย้ายมาประกอบอาชีพที่บ้านหัวถนนใต้ ต.หัวถนน อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์

    เมื่ออายุครบ 20 ปี พ.ศ.2466 ท่านได้เข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดพนมรอก อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ มี หลวงพ่อคล้าย เป็นพระอุปัชฌาย์ (ต่อมาหลวงพ่อคล้ายได้เป็นเจ้าคณะอำเภอท่าตะโก มีสมณศักดิ์ พระนิพันธ์ธรรมาจารย์) ได้ฉายาว่า กัณฑโว
    เมื่ออุปสมบทแล้วได้จำพรรษาอยู่กับหลวงพ่อคล้าย เพื่อปรนนิบัติรับใช้ พร้อมทั้งศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม หลังจากนั้น จึงได้ย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดหัวถนนใต้

    หลวงพ่อฮวด ได้เริ่มศึกษาเล่าเรียนวิทยาคมครั้งแรก จากหลวงพ่อคล้าย ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ (หลวงพ่อคล้ายเป็นสหธรรมิกกับหลวงพ่อเดิม สร้างเหรียญทวิภาคีร่วมกัน เมื่อคราวหลวงพ่อเดิม-หลวงพ่อคล้าย ช่วยสร้างพระอุโบสถ วัดพนมรอก เมื่อปี พ.ศ.2483)
    หลวงพ่อฮวดศึกษาวิทยาคมเพิ่มเติมกับหลวงพ่อเดิม ซึ่งหลวงพ่อมีความใกล้ชิดกับหลวงพ่อเดิม เนื่องจากหลวงพ่อเดิมได้มาช่วยพัฒนาวัดในเขตอ.ท่าตะโกหลายวัด เช่น การพัฒนาวัดทำนบ, วัดหนองไผ่, วัดเขาล้อ, วัดดอนคา, วัดโคกมะขวิด, วัดพนมรอก, วัดหนองหลวง, วัดหัวถนนเหนือ (เหตุที่หลวงพ่อเดิมได้มาช่วยพัฒนาวัดในเขตอ.ท่าตะโกมาก เนื่องจากบ้านหนองโพ-หัวหวายเป็นเขตติดต่อกับบ้านหนองหลวง-หัวถนน) หลายครั้ง หลวงพ่อเดิมได้รับกิจนิมนต์ไปยังที่ใด มักจะชวนหลวงพ่อฮวดร่วมเดินทางติดตามไปด้วยเสมอ

    หลวงพ่อฮวด เป็นหนึ่งในพระเกจิอาจารย์ผู้สืบทอดสายพุทธาคมมาจากหลวงพ่อเดิม เทพเจ้าแห่งเมืองสี่แคว หลังจากนั้น หลวงพ่อฮวดได้เล่าเรียนวิทยาคมกับอีกหลายพระอาจารย์ตามความชำนาญของแต่ละท่าน อาทิ วิชาทำตะกรุดกับหลวงพ่อพุฒ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง, เรียนทำน้ำมนต์กับหลวงพ่อนอ วัดกลางท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา, เรียนทำผงเมตตามหานิยมโชคลาภจากหลวงพ่อศักดิ์ วัดวังกระโดนใหญ่ อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ เป็นต้น

    หลวงพ่อฮวด ได้มรณภาพเมื่อวันพุธที่ 26 สิงหาคม 2535 เวลา 08.47 น. ณ วัดหัวถนนใต้ สิริอายุ 88 พรรษา 68

    คณะกรรมการวัด ได้บรรจุศพหลวงพ่อฮวดไว้ในโลงแก้ว ปรากฏว่าเป็นที่น่าอัศจรรย์ ด้วยศพหลวงพ่อไม่เน่าเปื่อย ทั้งที่เป็นโลงแก้วธรรมดา ไม่ได้เป็นแบบสุญญากาศ
    ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ทุกปี วัดหัวถนนใต้ จะเปิดโลงเพื่อเปลี่ยนผ้าสบง-จีวรหลวงพ่อฮวด เพื่อความเป็นสิริมงคล ปัจจุบัน ศพตั้งไว้บนจัตุรมุขวิหาร วัดหัวถนนใต้ อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ ชาวบ้านตั้งสมญานามให้กับท่านว่า 'พระของชาวบ้าน'


    *** ประสบการณ์ปาฎิหาริย์ ****
    เรื่องราวต่อไปนี้ผมหาข้อมูลมาจาก : เดลินิวส์ 'แฉ่ง บางกระเบา'
    หลวงพ่อฮวดท่านเป็นพระรุ่นน้องของหลวงพ่อเดิม เดินธุดงค์ด้วยกัน พระท่านดีทุกรุ่น ไม่มีปัญหาเรื่องประวัตการสร้าง ลูกศิษย์ดีทุกท่าน ทุกวันนี้หลวงพ่อมรณะภาพไปแล้ว ร่างกายเป็นสีทอง ของดีที่ยังไม่มีใครรู้ไปหามาแขวนนะครับ รุ่นไหนก็ได้ ดีทุกรุ่น

    จัดเป็นอีกเรื่องที่ “เหนือกว่าความเป็นจริง” และเป็นสิ่งที่ “เหลือเชื่อ” เกินกว่าจะอธิบายได้เพราะเป็น “ปรากฏการณ์” ที่ “เหนือธรรมชาติ” จึงนิยมเรียกกันว่า “อภินิหาร” หรือ “เหนือลิขิต?? ประกาศิตฟ้าดิน??” ก็ว่าได้เพราะเรื่องราวเช่นนี้มักจะมีให้เห็นอยู่เสมอผู้เขียนจึงนำมาเสนอ เพื่อให้ทุกท่านที่ “อ่านความจริง...อ่านเดลินิวส์” ได้รับทราบกันว่าเป็นอีก “เรื่องจริง” ที่สามารถพิสูจน์ได้

    โดยเรื่องราวนี้แม้เหตุการณ์จะผ่านไปแล้ว 44 ปี แต่ก็เหมือนเพิ่งจะผ่านไปไวไวนี้เอง เพราะชาวบ้านแห่ง “อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์” ยังคงร่ำลือกล่าวขวัญถึงอยู่เสมอมิได้ขาดแม้ว่าเรื่องราวนี้เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ.2507 เวลา 20.10 น.ขณะที่ “ลุงทองสุข พงษ์ทอง” ชาวบ้านหัวถนนใต้ หมู่ที่ 2 ต.หัวถนน จ.นครสวรรค์ กำลังปิดร้านค้าปรากฏมีคนร้าย 3 คนได้บุก “เข้าปล้น” ทำการกวาดทรัพย์สินไปได้หลายอย่างแต่เป็นที่ “อัศจรรย์” เมื่อ “กระป๋อง” ที่ “ลุงทองสุข” ใช้เป็นที่ “เก็บเงิน” จากการขายของในช่วงกลางวันที่ “ตั้งอยู่บนหัวนอน” โจรไม่ได้นำไปด้วยเหตุก็เพราะใน “กระป๋องใบนั้น” มี “เหรียญรุ่นแรกหลวงพ่อฮวดวัดหัวถนนใต้” ที่ลุงทองสุขนำมาใส่ไว้และขณะที่โจรล่าถอยออกจากร้านเพราะได้ทรัพย์สินตาม ที่ต้องการแล้วแต่ “ลุงทองสุข” กลับเกิดเสียดายทรัพย์สินจึงวิ่งตาม เลยถูกโจรยิงกระสุนเจาะเข้าที่หัวไหล่ขวาของลุงทองสุข แต่ปรากฏว่ากระสุนไม่ทะลุผิวหนังเลยเพียงแต่เป็น “รอยไหม้” และบวมเท่านั้นแสดงให้เห็นว่า “เหรียญหลวงพ่อฮวด” มีพุทธานุภาพทางด้านคงกระพันชาตรีและแคล้วคลาดเป็นเยี่ยม

    อีกเรื่องที่ต้องนำมาเสนอคือ “นายชวการ รัตนธีรเดช” เล่าว่าพี่ชายของ “เสี่ยเฮ้า” ซึ่งเป็นเพื่อนของเขาเองและเป็นศิษย์ “หลวงพ่อฮวด” ด้วยมีอาชีพ “ค้าข้าว” จึงต้องตระเวนวขับรถ 10 ล้อไป “ขนข้าว” ตามที่ต่างๆวันหนึ่งขณะขับรถวิ่งมาถึง “สามแยกวิเศษโพธิ์ทอง” ก็ถูกคนร้าย 3 คนใช้ปืน “บุกปล้น” และบังคับให้ขับรถเข้าไปในป่าลึกจากนั้นจึงจับพี่ชาย “เสี่ยเฮ้า” และลูกน้องมัดกับต้นไม้เพื่อรอให้มืดลงจึงจะขับรถขนข้าวหนีไป แต่ระหว่างรอเวลาให้มืดลง “หนึ่งในคนร้าย” ได้ใช้ปืนจ่อเข้าที่ “หัวพี่ชายเสี่ยเฮ้า” พร้อมขู่ขึ้นว่า “ยิงทิ้งซะดีมั้ง ขี้เกียจเฝ้าแล้ว” พี่ชายเสี่ยเฮ้าตัวเย็นเฉียบด้วยความกลัวจึงหลับตาลงแล้วพึมพัมว่า “หลวงพ่อฮวด...ช่วยลูกด้วย” พอสิ้นคำก็ปรากฏเรื่องที่น่าอัศจรรย์เมื่อพี่ชายเสี่ยเฮ้ามองเห็น “หลวงพ่อฮวด” มานั่งลอยเด่นอยู่บนหัวตัวเองทั้งๆที่ยังหลับตาและพอลืมตาขึ้นก็เห็น 3คนร้ายเดินไปที่รถแล้วทำการสตาร์ทรถขับหนีไป พี่ชายเสี่ยเฮ้าจึงแก้มัดตัวเองจนหลุด ไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านให้พาไปแจ้งความกับตำรวจ

    ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมกำลังติดตามคนร้าย ยังบริเวณที่เห็นคนร้ายขับรถหนีไปจึงพบรถ 10 ล้อ จอดอยู่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุมากนัก ซึ่งเป็นที่น่าแปลกใจเพราะระยะเว ลาห่างกันตั้ง 3-4 ชั่วโมง แต่คนร้ายกลับขับรถหนีจากที่เกิดเหตุได้ไม่มากนัก โดยสังเกตได้จากรอยล้อรถที่มีการขับวนเวียนอยู่บริเวณนั้นหลายรอบ ในลักษณะหาทางออกไปไม่ได้จึงต้องทิ้งรถหลบหนีไปครั้น “เสี่ยเฮ้า” ทราบเรื่องจากพี่ชายก็ไปกราบ “หลวงพ่อฮวด” พร้อมเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ท่านฟังโดยยืนยันกับท่านว่า “เพราะหลวงพ่อไปช่วยพี่ชายจึงไม่ถูกยิงและเอารถไปไม่ได้” แต่ “หลวงพ่อฮวด” ก็นั่งเฉยไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ “เสี่ยเฮ้า” จึงย้ำถามหลวงพ่ออีกหลายครั้งว่าไฉนจึงไปช่วยพี่ชายได้ที่สุดหลวงพ่อจึงบอก ว่า “ฉันนั่งสมา ธิและแผ่เมตตาไปให้กับลูกศิษย์ทุกคน ดังนั้นถ้าผู้ใดตกทุกข์ได้ยากแล้วระลึกถึงฉัน เขาก็จะมองเห็นฉันเหมือนนิมิตนะ” เสี่ยเฮ้าได้ยินชัดเจนจึงก้มกราบเท้าท่านแบบยอมรับและนับถืออย่างสนิทใจ



    สภาพสวยเดิมสมบูรณ์เก่าเก็บ พิมพ์คมสวยชัดลึก สุดยอดของดีประสบการณ์เยี่ยมที่ทุกคนให้การยอมรับ แบ่งให้บูชา 456 บาท (พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ)




    (คุณวิคิด จองแล้วครับ)




    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com
    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 เมษายน 2026
  7. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,218
    ค่าพลัง:
    +14,474
    4977.สุดยอดมหายันต์ สมปรารถนา ผลงานหมอฟอร์ด คนวังหน้า
    เหรียญพระพรหม รุ่นมหาเมตตารับโชคสี่ทิศ ศาลพระเสื้อเมือง ประจุพลังเต็มเปี่ยม

    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ


    เหรียญพระพรหม หมอดนัย.JPG

    1010867_850224808325187_3834626781249901_n.jpg
    10271150_850227211658280_3617393373515399889_o.jpg
    เหรียญพระพรหม รุ่นมหาเมตตารับโชคสี่ทิศ ศาลพระเสื้อเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เนื้อทองแดงรมดำ ตอกโค้ด รันนัมเบอร์ ดำเนินการจัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2557

    จัดสร้างโดย
    - คนวังหน้า หมอฟอร์ด หรือ นพ.ดนัย โอวัฒนาพานิช เป็นอีกหนึ่งผู้มีวิชาอาคม ที่เรียกได้เต็มปากเต็มคำว่า เชี่ยวชาญทั้งหลักวิทยาศาสตร์ ด้วยความเป็นนายแพทย์ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์โรคเลือด และยังขมังความรู้ในสรรพวิทยาคม เป็นหมอ ทั้งทางโลก และ ทางอาคม

    วัตถุประสงค์
    - เพื่อได้ร่วมบุญกุศลในวาระที่ระลึกเปิดศาลพระเสื้อเมือง รายได้เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ต่างๆภายในศาลพระเสื้อเมือง

    <<< สารจากหมอฟอร์ด >>>

    เหรียญพระพรหมรุ่นนี้ เป็นพระพรหมที่ผมตั้งใจมอบยันต์นี้ให้ด้วยความตั้งใจเเละยินดี โดยยันต์พรหมเเต่เดิมมีหลายสายเเต่ละสายมีเอกลักษณ์อันไม่เหมือนกันเเต่ส่วยที่เหมือนกันคือ พรหม ที่สำคัญสุดคือ คุณพระรัตนตรัยเเละบิดามารดา ดังนั้นผมจึงอัญเชิญพระยันต์ลงตะกรุดของหลวงอาปลื้ม วัดปากคลองมะขามเฒ่า ที่ถ่ายทอดผ่านหลวงพ่อถม วัดเชิงท่า ลพบุรี ก่อนจะสืบมาถึงผมลงในเหรียญนี้ เเละล้อมรอบด้วยพระคาถามงกุฏพระเจ้าหรือสังวาลย์พระพุทธเจ้า อันเป็นพระคาถาที่ทั้งภาคกลางเเละภาคใต้สายเขาอ้อมักจะใช้กันเป็นประจำอีกทั้งใช้ชักยันต์เป็นสังวาลย์กันภัยด้วยคุณพระรัตนตรัย เเละยังหนุนด้วยธาตุต่างๆ พร้อมกันนี้ผมเองได้เอายันต์ฤาชาของสายครูหนัง ครูหมอมโนราห์ ที่ผมได้รับการถ่ายทอดมาเก็บไว้นานเเต่ยังไม่เคยลงยันต์นี้ให้ใครเพราะเหตุที่ว่ายันต์นี้เป็นมหานิยมเป็นที่เลื่องลือโด่งดังไว้สำหรับสายศิลปินโดยเฉพาะเรียกว่าเมตตาสายเย็นก็ไม่ผิดอะไรเเละยันต์อุโองการท้าวมหาพรหมข้าวในเป็นตัวโส ตัวนี้คล้ายๆเป็นหนึ่งในนะชนิดหนึ่งเเต่การลงจะต้องท่องหัวใจพรหม ตัวเดียวกันกับปรมาจารย์อาจารย์ เฮงไพรวัลย์ถ่ายทอดเอาไว้ให้หลวงปู่เจ้าคุณคอน เเละสืบต่อมายังพระครูปืนก่อนตกทอดมาถึงผม เเละ ยันต์นี้อาจารย์เฮงเเละหลวงปู่สีมักใช้จารหลังเหรียญพระพรหมเป็นประจำ

    *** ยันต์ตรงกลางเป็นตารางเลขยันต์ ยันต์นี้เรียกว่าพระยันต์อริยสัจโสฬส เป็นพระยันต์ที่ปรากฏในตำราโบราณตั้งเเต่สมัยอยุธยา เเม้กระทั่งรัชกาลที่4ยังทรงจารพระยันต์นี้บรรจุในพระชัยรัชกาลต่างๆอีกด้วยเป็นพระยันต์สูง ซึ่งตำราของทางอยุธยาบางสำนัก ตำราหลวงพ่อเฒ่ายิ้ม ตำราของครูอุไร มนตรีกุล ณอยุธยา ก็ปรากฏพระยันต์นี้เช่นกัน เป็นพระยันต์ที่ดีในทุกทางเป็นพระยันต์ที่เรียกได้ว่าดุจเเก้วสารพัดนึก เเละล้อมรอบด้วยพระคาถา พระเจ้าสิบหกพระองค์ เเละหัวใจพระคาถา ติติอุนิ ด้านข้างเหรียญซ้าย เขียนว่า พ่อ ด้านขวาเขียนว่า เเม่ ซึ่งพระยันต์นี้เรียกว่า นะดอกดิน หรือนะโหงทอง เป็นพระยันต์ที่ปรากฏในตำราของหลวงพ่อมะขามเฒ่า มีเรื่องเล่ากันว่า ลิเกดอกดิน ลิเกสมัยรัชกาลที่หก นำไปเสกเเป้งผัดหน้า มีเเต่คนนิยมจนเป็นที่เรื่องลือกันมาก จึงเรียกว่านะดอกดิน เป็นนะในตำนานอีกพระยันต์หนึ่ง

    *** ส่วนข้างล่างเหรียญ
    มีพระยันต์สามพระยันต์เรียงต่อกันคือ ยันต์พุทธอุดม้วนโลกที่หลวงพ่อศุข วัดมะขามเฒ่า มักใช้ประจำ เป็นยันต์ครูของสำนัก ยันต์ต่อมาคือยันต์นอโม ของเขาอ้อ เเท้จริงเเล้วยันต์นอโม คือ นะโม อันว่านมัสการ เเท้จริงเเล้วคือพ่อเเม่นั่นเอง คือหัวใจนอโมเพราะว่าต้องเรียกปฐมอักขระทั้งหมดก่อนเสกพระใดๆ เเละยันต์ถัดมาตัวสุดท้ายคือยันต์นะมหาเศรษฐี ที่ พระอาจารย์ปาล วัดเขาอ้อ ถ่ายทอดให้ศิษย์ฆราวาสท่านหนึ่ง เเละท่านหวงมากเพราะว่าท่านอาจารย์ใช้ลงกระหม่อมศิษย์ต่างๆด้วยยันต์นะตัวนี้ เป็นนะตัวสำเร็จของท่านอาจารย์ปาล นี่เป็นครั้งเเรกที่ผมอัญเชิญพระยันต์ที่สุดยอดด้านมหาโภคทรัพย์เเละมหานิยม ไว้ในเหรียญนี้ด้วยความลงตัวเพื่อให้สมกับว่าเหรียญพรหมนี้เป็นพระพรหมมหาเมตตารับโชคสี่ทิศ



    พิธีพุทธาภิเษก

    วาระที่ : 1
    => เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน พุทธศักราช 2557 เวลา16.09 น. ณ วัดลาดปลาดุก

    พระเกจิอาจารย์ที่ร่วมพิธี

    1. หลวงพ่อพูน วัดบ้านแพน จุดเทียนชัย
    2. หลวงพ่อพระมหาสุรศักดิ์ วัดประดู่
    3. หลวงพ่อแสวง วัดลาดปลาดุก จ.นนทบุรี ดับเทียนชัย
    4. พระครูปลัดมานิต วัดตึก นนทบุรี
    5. พระมหาเป็นหนึ่งวัดบรมวงศ์อิศรวราราม วรวิหาร จ.อยุธยา
    6. หลวงพ่อสืบ วัดสิงห์ จ.นครปฐม
    7. หลวงปู่แฉล้ม ฉันทวัณโณ
    8. พระนันทวิริยาภรณ์ เจ้าคุณอ่าง วัดใหญ่สว่างอารมณ์
    9. หลวงพ่อชำนาญ วัดบางกุฎีทอง เกจิรามัญ แห่งปทุมธานี



    วาระที่ : 2
    => เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2557 เวลา 13.30 น. ณ. ศาลพระเสื้อเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเกจิชื่อดังสายใต้ อาทิ
    - พ่อท่านเอื้อม
    - พ่อท่านเอียด
    - พ่อท่านหรั่ง
    - อาจารย์หม่ำ
    - ท่านอาจารย์ฉันทิพย์ พันธรักษ์ราชเดช



    <<< สารจากหมอฟอร์ด >>>

    เรื่องเหรียญพระพรหมเมตตารับโชคสี่ทิศ ของศาลพระเสื้อเมือง
    เนื่องด้วยวาระที่ศาลพระเสื้อเมืองจะเปิดศาลใหม่หลังจากสร้างใหม่เเทนศาลเก่า นับเป็นโอกาศดีมหามงคลผมเองจึงเเนะนำว่าน่าจะสร้างเหรียญพระพรหมขึ้นมาเป็นที่ระลึก จึงได้บอกคุณหมูหยอง ประธานศาลพระเสื้อเมือง เเล้วผมเองตั้งใจจะให้พระพรหมรุ่นนี้เป็นพระพรหมที่เป็นพรหมเเบบพุทธศาสตร์ไม่ใช่พรหมในคติของพราห์มเท่านั้น ผมเองจึงอัญเชิญพระยันต์ต่างๆที่เกี่ยวข้องเเละคิดว่าดีที่สุดในชีวิตของผมมาประชุมมหายันต์ที่ผมเองได้รับการเรียนเเละถ่ายทอดจากครูบาอาจารย์รุ่นก่อนเก่าเอาไว้ เเละเป็นโอกาศอันดีที่เอายันต์ที่สำคัญมาประชุมยันต์เพื่ออนุรักษ์ไม่ให้วิชาสูญสิ้นเเละก่อนทำการออกเเบบได้บอกกล่าวครูบาอาจารย์เรียบร้อยว่าวัตถุประสงค์เพื่ออะไรยังไง หลังจากนั้นบอกคุณหมูหยองเอาไว้ว่า

    เหรียญพรหมนี้ขลังตั้งเเต่เจตนาดีเเละพระยันต์เเล้ว อย่างไรเสียก่อนปั้มควรจะจุดธูปบอกกล่าวก่อนเพื่อเป็นการให้เกียรติครูบาอาจารย์เจ้าของพระยันต์ ปรากฏว่าผมสื่อสารเป็นที่เข้าใจหรือเกิดผิดพลาดประการใดไม่ทราบเลยเกิดเรื่องความขลังหรือบังเอิญไม่ทราบ ปรากฏว่าช่างทำการปั้มเหรียญทองเเดงไม่กี่เหรียญ ทองคำเพียงเหรียญเดียวบล้อกก็เเตกเรียบร้อย ผมเองคิดเองว่า ของศักดิ์สิทธิ์เกิดขึ้นเเล้วในโลก

    ดังนั้นผมเลยคิดถึงเรื่องที่บอกให้บอกกล่าวให้เรียบร้อยว่าเป็นสิ่งสำคัญ เเละเหรียญรุ่นนี้ขลังตั้งเเต่ยังไม่ปลุกเสกเสียอีก เมื่อคุณหมูหยองมาปรึกษาเรื่องปลุกเสกเหรียญรุ่นนี้ ผมเลยบอกว่านิมนต์พระเกจิอาจารย์มาปลุกมาเสกมาเป่าให้สมปราถนาอย่างไรก้อดีทั้งนั้น เพราะของดีดีเเละดังตั้งเเต่ตอนไม่เสกเเล้ว เเละได้ทราบมาว่า เหรียญรุ่นนี้หลายเนื้อได้ถูกจองไปจนหมดเเล้ว ผมเองเห็นว่าเป็นการดีที่จะบอกให้รับรู้ว่า ยันต์ของครูบาอาจารย์ที่เขียนลงไปเขียนด้วยจิตวิญญาณเขียนด้วยความเต็มใจเเล้วเอาชีวิตจิตใจของเราเป็นเดิมพัน จะขลังไม่ขลังอยู่ที่ใจ ขลังเเน่ถ้าใจขลัง เสกหรือไม่เสกเหรียญพรหมรุ่นนี้ผมเองเห็นจะต้องเลี่ยมเอาไว้ห้อยสักเหรียญนึง ไม่เสกก้อยังมั่นใจว่าดีเเน่ จะไม่ดีอย่างไร ลองถามคุณหมูหยองเองละกันว่า ยันต์เเต่ละยันต์ขลังอย่างไร เเกคงบอกความรู้สึกได้ดีกว่าผม
    ผมขออุทิศบุญกุศลเงินรายได้ของศาลพระเสื้อเมืองนี้อันเกิดจากการเขียนพระยันต์พรหมรุ่นนี้ให้บูรพาจารย์ที่สั่งสอนมาตั้งเเต่อดีตถึงปัจจุบัน

    คนวังหน้า
    ๒๑เมษายน๒๕๕๗




    สภาพสวยเดิมๆ สุดยอดของดีจากพระเสื้อเมือง ประจุพลังเต็มเปี่ยม พุทธุณครอบครบ แบ่งให้บูชา 345 บาท (พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ)




    (คุณจินดา จองแล้วครับ)





    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com

    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 25 เมษายน 2026
  8. shaj

    shaj เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤศจิกายน 2012
    โพสต์:
    8,593
    ค่าพลัง:
    +7,839
    ขอจองครับ
     
  9. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,218
    ค่าพลัง:
    +14,474
    4978.สุดยอดเหรียญดีเมืองเพชร(๑) เหรียญอนุสรณ์สร้างบุษบก
    ลป.สี,ลพ.แดง,ลพ.กวย,ลป.ทิม,ลป.ดู่,ลป.ฝั้น,ลพ.เอีย มหาพิธีพุทธาภิเษก

    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ
    เหรียญเพชร ร.9 ใหม่ ๑.JPG
    เหรียญอนุสรณ์สร้างบุษบก วัดพระมหาธาตุ จังหวัดเพชรบุรี เนื้อทองแดงผิวไฟ ดำเนินการจัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2512

    พิธีพุทธาภิเษก
    ณ. พระอุโบสถ วัดพระมหาธาตุ เพชรบุรี จัดว่ายิ่งใหญ่นัก เป็นการชุมนุนพระเกจิชื่อดัง อาทิ
    - หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ
    - หลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี
    - หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม
    - หลวงพ่อทบ วัดชนแดน
    - หลวงปู่ฝั้น วัดป่าอุดมสมพร
    - หลวงปู่แหวน วัดดอยแม่ปั๋ง
    - หลวงปู่ขาว วัดถ้ำกลองเพล
    - หลวงพ่อเอีย วัดบ้านด่าน
    - หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี
    - หลวงพ่อเขียว วัดทรงหลบน
    - หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง
    - หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่
    - หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม
    - หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร
    - หลวงพ่อผาง วัดอุดมคงคาคีรีเขต
    - หลวงปู่ทิม วัดระหารไร่
    - หลวงปู่ทิม วัดพระขาว
    - หลวงปู่ทิม วัดช้างไห้
    - หลวงปู่สี วัดถ้ำเขาบุญนาค
    - หลวงปู่ดู่ วัดสะแก
    - หลวงพ่อท้วม วัดเขาโบสถ์
    - หลวงพ่อพาน วัดโป่งกะสัง
    - หลวงพ่อตัด วัดชายนา
    - หลวงพ่ออุ้น วัดตาลกง
    - หลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว
    - หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม
    - หลวงพ่อซวง วัดชีปะขาว
    - พ่อท่านคลิ้ง วัดถลุงทอง
    - พ่อท่านคล้าย วัดสวนขัน
    - พระอาจารย์นำ วัดดอนศาลา
    - พระอาจารย์นอง วัดทรายขาว เป็นต้น

    พระสมเด็จและพระสมเด็จปรกโพธิ์ รัชกาลที่9 จึงเป็นพระสมเด็จที่เพียบพร้อมด้วย พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ และทรงไว้ซึ่งพระบารมี เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักบริหาร นักธุรกิจ ข้าราชการ พ่อค้า และประชาชนโดยทั่วไป



    สภาพสวยเดิมพิมพ์คมชัดลึก สุดยอดมวลสารมหาพิธีใหญ่ แบ่งให้บูชา 430 บาท (พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ)

    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com
    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     
  10. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,218
    ค่าพลัง:
    +14,474
    4979.สร้างน้อย พิธีเบิกฟ้ามหาพุทธาภิเษก พระกริ่งร่ำรวย พุทธคุณแก้วสารพัดนึก
    พระผงพิมพ์จิตรลดา หลวงปู่ญาท่านสวน วัดนาอุดม

    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ
    --18a0e1ebb375ae801.jpg


    [​IMG]
    [​IMG]
    พระผงพิมพ์จิตรลดา หลังยันต์แก้วสารพัดนึก หลวงปู่ญาท่านสวน วัดนาอุดม อ.ตาลสุม จังหวัดอุบลราชธานี เนื้อผงพุทธคุณ ผสมผงวิเศษ,ชานหมาก และเกษา จัดสร้างเมื่อปี พ.ศ.2548 จำนวนการสร้างน้อย ( ปลุกเสกพิธีพระกริ่งโปร่งฟ้าไถ้รัสสี )


    พิธีมหาพุทธาภิเษก

    - เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ.2548 ณ. วัดนาอุดม จังหวัดอุบลราชธานี
    พิธีเบิกฟ้ามหาพุทธาภิเษก พระกริ่งโปร่งฟ้าไถ้รัสสี พระกริ่งร่ำรวย หลวงปู่ญาท่านสวน ฉนฺทโร


    วาระนี้ต้องบอกว่ายิ่งใหญ่มาก และเกิดประสบการณ์อภินิหารตั้งแต่ยังไม่ออกบูชา ( ปรากฎการณ์เหนือธรรมชาติตลอดช่วงพิธีมหาพุทธาภิเษก อธิฐานจิตปลุกเสก )




    *************************************



    หลวงปู่ญาท่านสวน วัดนาอุดม

    ชื่อนี้นักเล่นส่วนกลางอาจจะยังไม่คุ้นชื่อท่านนัก แต่ถ้าเป็นนักเล่นสายอีสาน น้อยนักที่จะไม่เคยได้ยินชื่อท่านครับ หลวงปู่ญาท่านสวน ท่านเป็นพระที่มีเมตตาสูง สมถะ ไม่โอ้อวดตนตลอดชีวิตท่านมีแต่โปรด

    ญาติโยมลูกศิษย์ลูกหา หลวงปู่ญาท่านสวน ท่านเป็นศิษย์สายสำเร็จลุนผู้วิเศษ
    แห่งนครจำปาศักดิ์ สายวิชาที่ท่านศึกษาลึกล้ำจนสามารถเสกวัตถุมงคลได้ศักดิ์สิทธิ์ดุจแก้วสารพัดนึก ในด้านวิปัสนากรรมฐานท่านพากเพียรฝึกจนบรรลุธรรมชั้นสูง แต่ท่านกลับมีแต่ความอ่อนน้อมถ่อมตน ดังเช่นเมื่อครั้งที่ท่านได้รับนิมนต์ไปอธิฐานจิตที่วัดพระแก้ว

    เมื่อเจ้าหน้าที่มานิมนต์หลวงปู่ญาท่านสวน กับหลวงปู่ทิมวัดพระขาว เข้านั่งที่อาสนะ ท่านก็นิมนต์หลวงปู่ทิมนั่งก่อน หลวงปู่ทิมท่านก็ไม่ยอม นิมนต์ให้หลวงปู่ญาท่านสวนนั่งก่อน หลวงปู่ญาท่านสวนจึงขึ้นอาสนะก่อน จนมาภายหลังลูกศิษย์ใกล้ชิดถามหลวงปู่ทิมด้วยความสงสัยว่าทำไมหลวงปู่จึงไม่ยอมนั่งก่อน ท่านตอบลูกศิษย์คนนั้นว่า เราจะนั่งก่อนพระอรหันต์ได้ยังงัย

    จากเหตุการณ์ในครั้งนั้นเป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีถึงธรรมที่หลวงปู่ญาท่านสวน ท่านบรรลุธรรมชั้นสูงเพียงใดหลวงปู่ญาท่านสวน ท่านสร้างวัตถุมงคลแต่ละครั้งจำนวนไม่มาก แต่เน้นพิธีกรรมที่ถูกต้องตามหลักโบราณ ดังนั้นวัตถุมงคลใดที่ผ่านการอธิฐานจิตจากท่าน จึงสามารถเชื่อมั่นในพุทธคุณได้อย่างสนิทใจ



    สภาพสวยผิวหิ้งเดิมๆ พุทธคุณเมตตา คลาดแคล้ว และศิริมงคลดีนักแล แบ่งให้บูชา 345 บาท (พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ)

    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com
    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     
  11. วิคิด

    วิคิด เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 มกราคม 2012
    โพสต์:
    816
    ค่าพลัง:
    +1,171
    จองครับ
     
  12. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,218
    ค่าพลัง:
    +14,474



    รายการจัดส่ง แฟลช 25/04/2569


    Screenshot 2026-04-26 221259.png



    ***สรุปรายการที่ หน้า1 ครับผม***
    Tel: 086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com
    Line id : engiman_nu



    [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG]
     
  13. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,218
    ค่าพลัง:
    +14,474
    4980.The last ของดีสายเหนือโลก ชนวนโลหะศักดิ์สิทธิ์หลวงปู่เทพโลกอุดรโดยแท้
    เหรียญพระศากยมุนีพุทธ หลวงปู่กอง วัดสระมณฑล เสกหลายวาระ ลป.หมุน ร่วมเสก

    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ
    5155b8cb93c319fe-jpg.jpg

    เหรียญปู่กอง ใหม่ๆๆๆ.JPG

    1336337-4c982-jpg-jpg.jpg
    เหรียญพระศากยมุนีพุทธ หลังบรมครูพระเทพโลกอุดร หลวงปู่กอง วัดสระมณฑล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื้อโลหะธาตุศักดิ์สิทธิ์ ดำเนินการจัดสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2545
    จำนวนการสร้าง 30,000 เหรียญ


    ชนวนโลหะศักดิ์สิทธิ์ ประกอบด้วย
    - ทองคำ 4 บาท, เงินบริสุทธิ์ 64 บาท, แผ่นทองเหลือง 5 กก.
    - พระชรรค์ ทำจากเหล็กไหลเจ้าแม่ทองธรรมชาติ เรียกจากอากาศ จำนวน 2 เล่ม
    - ตำปูสังขวานร 1 ดอก
    - เหล็กไหลเจ้าแม่ทองธรรมชาติสีเมฆ-พัต 1 เม็ด เป็นต้น

    วาระการหลอมชนวน
    - เมื่อวันที่ พฤศจิกายน พ.ศ.2545 เป็นวันเสาร์ห้า ปั๊มเป็นปูฐมฤกษ์วันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545 ขึ้น 15 ค่ำ

    พุทธาภิเษก
    - เมื่อ วันที่ 20 ธันวาคม 2545 ถวายไว้ที่วัดสระมณฑล จ.อยุธยา และวัดพุทธรรมรังษี ต.ลานตากฟ้า อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม

    วัตถุมงล รุ่นนี้สร้างในฤกษ์ เสาร์ห้า และเสกพิธีใหญ่ๆ อีกหลายครั้ง
    - หลวงปู่กอง วัดสระมณฑล จ.อยุธยา
    - หลวงปู่หมุน วัดบ้านจาน ได้เสกร่วมให้ด้วย



    ขอขอบคุณข้อมูลจาก
    - ชมรมพระเหนือโลก พระมหากัสสปะ หลวงปู่อิเกสาโร หลวงปู่โลกอุดร


    ******************************************************


    หลวงปู่กอง วัดสระมณฑล พระเกจิผู้แตกฉานและสืบทอดวิชาทำตะกรุดและวัตถุมงคลต่างๆ สายวิชาวัดประดู่ใน ทรงธรรม สำนักตักศิลา แห่งเมืองเก่าอยุธยา ท่านเป็นสหะธรรมกับหลวงปู่หมุน และท่านมีความผูกพันและได้ศึกษาวิชาจากหลวงปู่เทพโลกอุดร

    วัตถุมงคลของหลวงปู่กองนั้น พุทธคุณครบเครื่อง และที่สำคัญ หายาก มีน้อย ออกมาไม่กี่รุ่น

    ปาฎิหาริย์ของหลวงปู่กอง ที่เด่น ๆ ชัด ๆ ก็มีลองตะกรุดนี้แหละครับ ไทยประดิษฐ์ 4 นัดไม่ออก ดังระงมไปทั่วอยุธยา

    ไหนจะเรื่องหลวงพ่อไปปลุกเสก-หล่อพระ ที่วัดหลวงปู่โง่น โสรโย หลวงปู่กอง ท่านเดินไปตรงที่พิธีหล่อพระ เอามือไปคนน้ำทองหล่อพระ ที่ร้อนเป็นพันองศา แค่เดินผ่านหัวก็เกรียมแล้ว เรื่องนี้ฟังมาจากป้ากวยครับ ลูกสาวของท่าน

    มีพี่ชื่อ สุวิทย์ คนนครสวรรค์ รถกระบะชนกับรถกระบะ เหตุเกิดเมื่อปี 40 แยกก้าวเลี้ยว บู้บี้ หน้ารถบี้ เอารูปมาให้ผมดู ไปเกิดใหม่ซะพี่ !! ไม่ตายครับ รถอีกคันที่ชน ก็ไม่ตายเช่นกัน แต่ก็ ปาฎิหารย์ทั้งคู่ พี่สุวิทย์ห้อยหลวงปู่กอง รถเก๋งคันนั้นห้อยหลวงปู่ทวด


    วิธีการบูชาเหรียญศากยะมุนีพุทธเจ้า และบรมครูเทพโลกอุดร (หลวงปู่ใหญ่)

    ให้มองดูรูปพระศากยะมุนีพุทธเจ้าและหลวงปู่ใหญ่ อาราธนาท่านเข้าสู่กายและใจเรา ให้มีความรู้สึกว่าท่านอยู่ในใจเรา ตั้งนะโม 3 จบ

    ต่อด้วย "อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธะนาเมอิ อิเมนา พุทธะตังโสอิ อิโสตัง พุทธะปิติอิ" 3 จบ 7 จบ 9 จบ แล้วแต่สะดวก

    แล้วต่อด้วย "โลกุตตะโร จะ มหาเถโร อะหัง วันทามิ ตัง สะทะ เมตตาลาโภ นะโสมิยะ อะหะพุทโธ" 3จบ 7 จบ 9 จบ แล้วแต่สะดวก

    ตั้งจิตอธิษฐาน
    ด้วยบุญกุศล คุณงามความดีที่ได้ตอบแทนพระคุณบิดามารดา และความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กับเพื่อนมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย ขอน้อมถวามบูชาพระพุทธเจ้า หลวงปู่ใหญ่ และเทพพรหมเทวดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกพระองค์ที่มารักษาข้าพเจ้า โปรดดลบันดาลให้ข้าพเจ้า.... (แล้วแต่ปรารถนา)



    *******************************************************************


    หลวงปู่กอง จันทวังโส

    มีนามเดิมว่า กอง ถนอมทรัพย์ เป็นบุตรคนที่ 2 ใน 3 คน ของคุณพ่อฝอย และคุณแม่ทัด
    ถนอมทรัพย์ เกิดเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2442 ในแผ่นดินรัชกาลที่ 5 บ้านเดิมอยู่ที่ ต.บ้านพราน อ.แสวงหา
    จ.อ่างทอง ซึ่งท่านก็ได้เรียนหนังสือและจบการศึกษาชั้นประถมปีที่ 4 ที่โรงเรียนวัดบ้านพราน อ.แสวงหา จ.อ่างทอง นั่นเอง

    มูลเหตุบรรพชา
    ครั้นเมื่อมารดาของหลวงปู่เสียชีวิตลง ท่านจึงได้บรรพชาเป็นสามเณร และไม่ได้ลาสิกขาจนกระทั่งอายุครบบวช
    เนื่องจากหาจะสึกเมื่อไร ก็มักจะเจ็บป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุอยู่เสมอ ในขณะที่หลวงปู่ยังเป็นสามเณรอยู่นั้น
    ได้ติดตามพี่ชายไป จ.สุพรรณบุรี และอยู่วัดพระลอยกับหลวงพ่อแต้ม เมื่ออายุครบบวช จึงได้กลับไปอุปสมบท ณ
    วัดบ้านแก อ.แสวงหา จ.อ่างทอง หลังจากนั้นจึงได้ไปจำพรรษาอยู่ ณ วัดข่อย หรือ วัดข่อยวังปลาในปัจจุบัน
    ที่วัดข่อยนี้เอง หลวงปู่ได้ศึกษาวิทยาการต่างๆ ทั้งทางโลกและทางธรรม กับหลวงพ่อเข็ม
    ท่านได้ศึกษาอยู่จนได้เป็น พระปลัดกอง มีหน้าที่อบรมสั่งสอนพระเณรที่วัด
    ซึ่งท่านเป็นพระที่มีวินัยเข้มงวดกวดขันมาก หลังจากนั้นจึงได้ลาสิกขาบทกลับมาใช้ชีวิตฆราวาส

    ลาสิกขา
    ในช่วงชีวิตฆราวาส หลวงปู่ได้มีครอบครัวเฉกเช่นคนทั่วไป
    แต่เมื่อภรรยาของท่านออกลูกสาวคนแรกก็เสียชีวิตลง ท่านจึงได้แต่งงานใหม่อีกครั้ง
    โดยมีบุตร-ธิดาที่เกิดจากภรรยาคนที่สองอีก 3 คน ท่านใช้ชีวิตอยู่ที่ จ.อ่างทองระยะหนึ่ง
    จึงย้ายมาอยู่ที่ จ.พิจิตร ซึ่งที่นี่เอง ภรรยาคนที่สองของท่านก็ได้เสียชีวิตลงอีก
    ท่าานจึงเกิดความเบื่อหน่ายทางโลก อีกทั้งบุตรและธิดาท่านโตพอจะช่วยเหลือตนเองได้แล้ว
    จึงนำไปฝากไว้กับตาและยายเพื่อให้ไปศึกษาต่อในชั้นมัธยม ส่วนท่านจึงได้กลับเข้า

    อุปสมบทอีกครั้ง
    ชีวิตสมณะ การแสวงหาธรรม และปฏิปทา
    การอุปสมบทครั้งนี้ ท่านได้สละเพศฆราวาสของท่าน ณ วัดเทวประสาท ต.ห้วยเกต อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร
    ในขณะนั้นท่านมีอายุได้ 55 ปีแล้ว โดยมีท่านพระครูพิบูลย์ศีลสุนทรเป็นพระอุปัชฌาย์ และพระอธิการทองอยู่
    เป็นพระกรรมวาจาจารย์ เมื่อวันที่ 18 กรกฏาคม พ.ศ.2495 โดยได้รับฉายาว่า จันทวังโส
    เมื่อบวชแล้วท่านได้ศึกษาวิทยาการต่างๆจากหลวงปู่มหาทิม ซึ่งพระอาจารย์มหาทิม
    เป็นพระผู้มีความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรม รวมถึงคาถาอาคมต่างๆ

    ต่อมาหลวงปู่กองจึงได้ติดตามอาจารย์มหาทิมลงมากรุงเทพ ฯ ด้วย โดยไปจำพรรษาที่วัดพระสิงห์ กรุงเทพฯ
    จากนั้นท่านจึงได้ไปศึกษาอบรมอยู่กับหลวงพ่อมิ ซึ่งเป็นอาจารย์ของพระอาจารย์มหาทิม (หลวงพ่อมิ เป็นศิษย์ของหลวงปู่คง วัดซำป่างาม จ.ชลบุรี) เมื่ออยู่ได้ระยะหนึ่ง
    ท่านจึงได้แยกย้ายกับพระอาจารย์มหาทิม เพื่อไปธุดงค์แสวงหาโมกขธรรมตามป่าเขา
    ในการธุดงค์ของหลวงปู่กอง ได้ปลีกวิเวกไปตามป่าเขาลำเนาไพร ตามที่สงบสงัด
    บางครั้งก็ได้ไปพบกับครูบาอาจารย์และสหายธรรมมากมาย ครั้นเมื่อกลับจากธุดงค์แล้ว
    ท่านจึงได้ไปจำพรรษาวัดโน้นบ้างวัดนี้บ้าง ตามที่สหายธรรมของท่านได้ชักชวนไป จนกระทั่งในที่สุด

    หลวงปู่ได้มาจำพรรษาที่วัดสระมณฑลซึ่งเป็นพระอารามเก่าแก่ในสมัยอยุธยา
    ซึ่งเหลือเพียงโบสถ์และพระพุทธรูปโบราณ วัดมีอาณาเขตเพียงแค่รอบโบสถ์ ล้อมรอบด้วยบ้านเรือนประชาชน
    ในสมัยที่หลวงปู่ออกธุดงค์อยู่นั้น หลวงปู่ได้เดินธุดงค์ไปถึงที่ถ้ำบัวแดง จ.ชัยภูมิ ณ
    สถานที่นั้นเองที่ท่านได้เจอกับพระอาจารย์อีกองค์หนึ่งของท่าน ที่ท่านให้ความเคารพเทิดทูนมาก นั่นคือ
    หลวงปู่เทพโลกอุดร ด้วยความเคารพรัก และบูชาในคุณธรรมของท่าน
    หลวงปู่จึงได้สร้างรูปเหมือนหลวงปู่เทพโลกอุดรขนาดใหญ่ ไว้ให้ศิษยานุศิษย์บูชาไว้ภายในโบสถ์ด้วย

    หลวงปู่กอง ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดสระมณฑล จนกระทั่งละสังขาร ในวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ.2546 สิริอายุได้ 106 52 พรรษา

    " กระดูกหลวงปู่ท่านเป็นพระธาตุครับ คนอยุธยาต่าง ๆ บอกว่าท่านเป็นพระอรหันต์ "



    สภาพสวยเดิมๆเก่าเก็บ สุดยอดเหรียญที่ดีที่สุดของหลวงปู่กอง ที่บรรดาลูกศิษย์ต่างทราบกันเป็นอย่างดี พิมพ์สวยคมชัด แบ่งให้บูชา 456 บาท (พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ)




    (คุณKKT จองแล้วครับ)




    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com

    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 28 เมษายน 2026
  14. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,218
    ค่าพลัง:
    +14,474
    4981.ของRareเมืองเหนือ พระสมเด็จปรกโพธิ์รุ่นแรก วัดพระพุทธบาทสี่รอย
    หลวงปู่สิม และพระสุปฏิปันโน สายหลวงพ่อฤาษีฯ วัดท่าซุง ปลุกเสก 22 รูป


    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ
    ปรกโพธิ์ สี่รอยใหม่.JPG


    1374578-49d0e-jpg-jpg.jpg
    พระผงสมเด็จปรกโพธิ์ หลังพระพุทธบาทสี่รอย รุ่นแรก วัดพระพุทธบาทสี่รอย จังหวัดเชียงใหม่ เนื้อผงพุทธคุณ ดำเนินการจัดสร้างเมื่อปี พ.ศ.2534

    => หลวงปู่สิม วัดถ้ำผาปล้อง จังหวัดเชียงใหม่ และพระสุปฏิปันโน สายหลวงพ่อฤาษีฯ วัดท่าซุง ปลุกเสก 22 รูป จำนวนการสร้างน้อยหายาก



    เรื่องเล่าตำนานพระพุทธบาท 4 รอย
    เมื่อครั้งสมัยพุทธกาล องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในศาสนาปัจจุบันนี้ได้เสด็จจารึกประกาศธรรม และโปรดเวไนยสัตว์มายังปัจจัยตะประเทศ (ประเทศไทยในปัจจุบัน)จนกระทั่งมาถึงเทือกเขาทางตอนเหนือของประเทศ ชื่อเขา เวภารบรรพต

    ซึ่งขณะนั้นได้เสด็จพร้อมกับพุทธสาวก 500 องค์ และได้แวะฉันจังหันอยู่บนเขา เวภารบรรพตแห่งนี้ เมื่อพระพุทธองค์ฉันจังหันเสร็จ ขณะประทับอยู่ที่นั้น ก็ได้ทราบด้วยญาณสมาบัติว่าบนเทือกเขาแห่งนี้ ได้มีรอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้ามาประทับอยู่บนก้อนหินก้อนใหญ่คือ พระพุทธเจ้าที่มาตรัสรู้ภัทรกัลป์นี้ แล้วพระพุทธองค์ก็ทรงเล็งดูรอยพระพุทธบาทแห่งพระพุทธเจ้าทั้ง 3 พระองค์ คือ พระพุทธเจ้ากกุสันธะ , พระพุทธเจ้าโกนาคมนะ , พระพุทธเจ้ากัสสปะ
    อันมีในที่นี้พุทธสาวกทั้งหลาย มีพระสารีบุตรเป็นประธานเมื่อเห็นเช่นนี้จึงทูลถามว่า พระพุทธองค์ทรงเล็งดูด้วยเหตุใด

    พระพุทธองค์จึงตรัสตอบว่า ดู ก่อนท่านทั้งหลายสถานที่แห่งนี้แม้นว่าพระพุทธเจ้าทั้ง 3 พระองค์ ที่ล่วงมาแล้วในอดีตกาล ก็มาประทับรอยพระบาทไว้ ณ ที่นี่ทุกๆ พระองค์ และ แม้นว่าพระศรีอริยเมตไตร ก็จักเสด็จมาประทับรอยพระบาทไว้ ณ ที่นี่ และจักประทับรอยพระบาท 4 รอยให้เป็นอันหนึ่งอันเดียว ( คือประทับลบรอยทั้ง 4 ให้เหลือรอยเดียว )
    เมื่อพุทธองค์ตรัสแก่สาวกทั้งหลาย เสร็จแล้ว พระองค์ก็เสด็จไปประทับรอยพระบาทซ้อนรอยพระบาทของพระพุทธเจ้าทั้ง 3 พระองค์ จึงมีรอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้า 4 พระองค์ จึงเกิดเป็นพระพุทธบาท 4 รอย

    เมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราประทับรอยพระบาทซ้อนรอยพระบาทของพระพุทธเจ้าทั้ง 3 พระองค์นั้นแล้วก็ทรงอธิษฐานว่า
    ในเมื่อ (เรา) ตถาคตนิพพานไปแล้ว เทวดาทั้งหลายก็จักนำเอาพระธาตุของตถาคต มาบรรจุไว้ที่รอยพระพุทธบาทที่นี่ ในเมื่อตถาคตนิพพานไปแล้ว 2000 ปี พระพุทธบาท 4 รอยนี้ก็จักปรากฏแก่ปวงชนและเทวดาทั้งหลาย ก็จักได้มาไหว้และบูชา
    เมื่อทรงอธิษฐานและทำนายไว้ดังนี้แล้วพระพุทธองค์ก็เสด็จไปเชตุวันอารามอัน มีในเมืองสาวัตถีนั้นแล เมื่อพระพุทธเจ้านิพพานไปแล้วเทวดาทั้งหลายก็นำเอาพระธาตุของพระพุทธองค์มา บรรจุไว้ที่พระพุทธบาท 4 รอยเมื่อพระพุทธองค์นิพพานล่วงมาแล้วประมาณ 2000 วัสสา

    เทวดาทั้งหลายต้องการอยากให้พระพุทธบาท 4 รอย ปรากฏแก่คนทั้งหลายตามที่พระพุทธองค์ทรงอธิษฐานไว้ ก็จึงเนรมิตเป็นรุ้งตัวใหญ่ (เหยี่ยว) ก็บินลงจากภูเขาเวภารบรรพต อันเป็นที่ตั้งแห่งพระพุทธบาทสี่รอยในปัจจุบันนี้เพื่อบินลงไปเอาลูกไก่ของ ชาวบ้าน ( คนป่า ) ที่อยู่ตีนเขาเวภารบรรพต แล้วก็บินกลับขึ้นไปสู่ยอดเขา มันก็โกรธมากจึงตามขึ้นไปคิดว่าจะยิงเสียให้ตาย มันก็คิดตามไปค้นหาดู แต่ก็ไม่เห็นรุ้งตัวนั้น แต่เห็นรอยพระพุทธบาท 4 รอยอันอยู่พื้นต้นไม้และเถาวัลย์

    พรานป่าผู้นั้นก็ทำการสักการะบูชาเสร็จแล้วก็ลงจากภูเขา พอมาถึงหมู่บ้านก้เล่าบอกแก่ชาวบ้านทั้งหลายฟัง ข้อความอันนั้นก็ปรากฏสืบๆ กันไปแรกแต่นั้น คนทั้งหลายที่ทราบก็พากันไปสักการะบูชามาก แต่นั้นมาจึงได้ชื่อว่าพระบาทรังรุ้ง (รังเหยี่ยว)
    ในสมัยนั้นมีพระยาคนหนึ่งชื่อว่า พระยาเม็งราย เสวยราชสมบัติในเมืองเชียงใหม่ ได้ทราบข่าวจึงมีพระราชศรัทธาอยากเสด็จขึ้นไปกราบบูชาพระพุทธบาท 4 รอย ก็นำเอาราชเทวีและเสนาพร้อมกับบริวารทั้งหลาย เมื่อพระยาเม็งรายกราบนมัสการเสร็จแล้ว ก็นำเอาบริวารของตนกลับสู่งเมืองเชียงใหม่ ก็ตั้งอยู่เสวยราชสมบัติตราบเมี้ยนอายุขัย แล้วลูกหลายที่สืบราชสมบัติก็เจริญรอยตามและได้ขึ้นมากราบพระพุทธบาท 4 รอย ทุกๆ พระองค์

    หลังจากนั้นมาพระบาทรังรุ้งหรือรังเหยี่ยวนี้ก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น พระพุทธบาทสี่รอย เพราะมีรอยพระพุทธบาทประทับซ้อนกันถึง4 รอย มาในสมัยยุคหลังคนทั้งหลายจึงเรียกขานกันว่าพระพุทธบาทสี่รอย คือมี
    รอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าทั้ง 4 พระองค์ ที่ล่วงมาแล้วในภัทรกัลป์นี้ คือ
    1 รอยพระบาทของพระพุทธเจ้ากกุสันธะ รอยแรก เป็นรอยใหญ่สุดยาว 12 ศอก
    2 รอยพระบาทของพระพุทธเจ้าโกนาคมนะ เป็นรอยที่ 2 ยาว 9 ศอก
    3 รอยพระบาทของพระพุทธเจ้ากัสสปะ เป็นรอยที่ 3 ยาว 9 ศอก
    4 รอยพระบาทของพระพุทธเจ้าโคตะมะ (ศาสนาปัจจุบันนี้) เป็นรอยที่ 4 รอยเล็กสุดยาว 4 ศอก



    สภาพหิ้งเก่าเก็บ ของRareสายเหนืออีกรุ่นที่น่าบูชาอย่างมาก ของดีที่ถูกลืม เนื้อดีพิธีดี พุทธคุณครอบครบ แบ่งให้บูชา 290 บาท(พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ)




    (คุณจินดา จองแล้วครับ)





    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com

    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 27 เมษายน 2026
  15. shaj

    shaj เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤศจิกายน 2012
    โพสต์:
    8,593
    ค่าพลัง:
    +7,839
    ขอจองครับ
     
  16. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,218
    ค่าพลัง:
    +14,474
    4982.สุดยอดเมตตามหาเสน่ห์ ผงพรายสัตตมาส หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่
    พระปิดตาพรายสัตตมาสโลงผี หลวงพ่อจิตร วัดชานหมาก


    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ
    ปิดตาผงกระดานผี ๑.JPG
    พระปิดตาพรายสัตตมาสโลงผี หลวงพ่อจิตร วัดชานหมาก จังหวัดระยอง

    ได้กดพิมพ์ในป่าช้า วัดชากหมาก จังหวัดระยอง โดยมีหลวงพ่อจิตร จิตรปัญโญ เป็นผู้สร้าง และนำมาตาก บนฝาโลงพร้อมพระสมเด็จ ตากฝาโลงอันลือลั่น

    พระชุดนี้จึงแรง และพิศดารมาก พระชุดนี้จะแก่น้ำมันแลดูเหมือนเปียกตลอดเวลา เมื่อสร้างเสร็จแล้วนำไปตากที่ไหนก็ไม่แห้ง กลับแตกหัก จนหลวงพ่อต้องนำมาตากบนฝาโลง เป็นของดี ที่ผีร่วมสร้าง

    ผงที่ใช้ในพระสมเด็จโลงผี คือ ผงพรายสัตตมาส ของหลวงปู่ทิม อิสริโก วัดระหารไร่ เมื่อครั้งเข้า รพ. คุณประชา ตรีพลาสัย ได้มองการไกล ได้นำเอา ผงจากพระเก่าที่แตกชำรุดมาบดเป็นผง ให้หลวงปู่ทิมปลุกเสกนาน7เดือน ก่อนมรณะภาพ และก่อนหลวงปู่จะปลุกเสกผงเหล่านั่น หลวงปู่ได้เอาผงของหลวงปู่เอง ใส่เข้าไปด้วย ปลุกเสกนาน7เดือน จึงเรียก ว่า ผงพรายสัตตมาส หายากมาก

    พุทธคุณ
    - เมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ ค้าขายการงานการเงินคล่องตัว


    ขอขอบพระคุณข้อมูลจาก
    - https://www.prathaprachan-mag.com/web/certCard/184687
    - https://www.web-pra.com/shop/puamulet/show/1410211



    สภาพหิ้งเก่าเก็บ สุดยอดเมตตามหาเสน่ห์ ผงพรายสัตตมาส หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ของดีที่ถูกลืม เนื้อดีพิธีดี พุทธคุณครอบครบ แบ่งให้บูชา 250 บาท(พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ)



    (คุณKKT จองแล้วครับ)




    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com

    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 28 เมษายน 2026
  17. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,218
    ค่าพลัง:
    +14,474
    4983.พิธีมหามงคล มวลสารเก่าหลวงพ่อกวย ผลงาน อ.เฒ่า สุพรรณ
    ผงหน้าโล่ห์หลวงพ่อกวย รุ่นกตัญญู ลพ.พร้า,ลพ.เกาะ,ลพ.เล็ก,ลพ.ดิเรก,ลพ.สมบุญ ร่วมเสก


    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ
    ผงเดิมบาง หใม่.JPG

    [​IMG]
    56549544_659945724463110_7011314749560324096_n.jpg
    y3.jpg
    [​IMG]
    56828173_659945777796438_1856079312491380736_n.jpg
    พระผงรูปเหมือนหลวงพ่อกวย พิมพ์หน้าโล่ห์ รุ่นกตัญญู วัดเดิมบาง จังหวัดสุพรรณบุรี เนื้อผงอิทธิเจผสมผงพุทธคุณแก่น้ำมัน ผสมพลอยเสก โรยตะไบชนวนนำฤกษ์ ยิงเลเซอร์ 2โค้ด และรันนัมเบอร์ ดำเนินการจัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2562


    .....ขอศิษย์ทั้งหลาย จงอย่าอด อย่าอยาก อย่ายาก อย่าจน อย่าต่ำกว่าคน อย่าจนกว่าเขา.... " นะสิวัง พรหมา มะอะอุ "


    เปิดตำนานวัตถุมงคลย้อนยุคหลวงพ่อกวย ชุตินฺธโร จากวัดโฆสิตาราม สู่วัดเดิมบางครั้งประวัติศาสตร์

    จัดสร้างขึ้นในนามของพระอริยเถราจารย์ผู้วิเศษแห่งเมืองสรรค์ที่ขึ้นชื่อว่าขลังที่สุดแห่งยุค
    ครบรอบ 49 ปี พ.ศ.2515 - 2532 ยอดเหรียญดังที่หลวงพ่อกวยเมตตาปลุกเสกให้อย่างยาวนานที่สุดในพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลหลวงพ่อกวย ชุตินฺธโร รุ่น กตัญญู


    พิธีพุทธาภิเษก
    - ในวันเสาร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ.2562 ณ อุโบสถวัดเดิมบาง อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี

    พระเกจิเถราจารย์ผุ้ทรงคุณวิเศษ เข้าร่วมประจุพลังพุทธาคม
    นั่งบริกรรมภาวนาปรกปลุกเสก ดังมีรายนามต่อไปนี้
    1. หลวงพ่อจวบ วัดเดิมบาง จ.สุพรรณบุรี
    2. หลวงพ่อสมบุญ วัดลำพันบอง จ.สุพรรณบุรี
    3. หลวงพ่อเฉลา วัดราชคฤห์ กรุงเทพ
    4. หลวงพ่อแดง วัดฝาโถ จ.สุพรรณบุรี
    5. หลวงพ่อฉลอง วัดสุทัศน์ กรุงเทพ
    6. หลวงพ่อเล็ก วัดกลางบางแก้ว จ.นครปฐม
    7. หลวงพ่อสวง วัดระฆัง กรุงเทพ
    8. หลวงพ่อพร้า วัดโคกดอกไม้ จ.ชัยนาท
    9. หลวงพ่อเกาะ วัดท่าสมอ จ.ชัยนาท
    10. หลวงพ่อวิชัย วัดหัวเด่น จ.ชัยนาท
    11. หลวงพ่อกำจัด วัดป่าสัก จ.ชัยนาท
    12. หลวงพ่อสมพงษ์ วัดหนองโพ จ.นครสวรรค์
    13. หลวงพ่อเหลือ วัดขอนชะโงก จ.สระบุรี
    14. หลวงพ่อนงค์ วัดสว่างวงษ์ จ.นครสวรรค์
    15. หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน จ.กาญจนบุรี
    16. หลวงพ่อธีรวัจน์ วัดจุฬามณี จ.สมุทรสงคราม
    17. หลวงพ่อปืน วัดลาดชะโด จ.อยุธยา
    18. หลวงพ่อดิเรก วัดหนองทราย จ.สุพรรณบุรี
    19. หลวงพ่อโอ วัดตลุก จ.ชัยนาท
    20. พระอาจารย์สุรินทร์ วัดสุทธาวาส วิปัสสนา จ.อยุธยา
    21. พระอาจารย์มหาศิริ วัดทรงเสวย จ.ชัยนาท
    22. พระอาจารย์มหานะ วัดพระบรมธาตุ จ.ชัยนาท

    โดยได้รับความเมตตาจาก หลวงพ่อสมบุญ วัดลำพันบอง เป็นประธานจุดเทียนชัย
    หลวงพ่อฤาษีตาไฟ วัดเทพหิรัณย์ เมตตาเป็นประธานดับเทียนชัย




    #### หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน กล่าว ####


    " พอเสกเหรียญพญาเต่ามังกรหยกของท่านอาจารย์เทพเสร็จ รุ่งขึ้นก็ไปเสกเหรียญรุ่นกตัญญูให้กับอาจารย์ปุญญพัฒน์ที่วัดเดิมบาง ได้ยินชื่อวัดแล้วคุ้น ๆ ไหม อยู่อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี อาจารย์ปุญญพัฒน์เป็นลูกศิษย์ ป.บส. รุ่นห่างจากอาตมา ๑๐ รุ่น อาตมาเป็น ป.บส. รุ่นแรก ท่านอาจารย์ปุญญพัฒน์เป็นรุ่นที่ ๑๐

    ไปถึงท่านมารับด้วยตัวเอง พารถวิ่งขึ้นไปบนหญ้าญี่ปุ่นที่ปูไว้ข้างพิพิธภัณฑ์เรือนไทย ถามท่านว่า “เฮ้ย..ขึ้นได้หรือ ?” “ได้ครับ วีไอพีต้องขึ้นได้” เกรงใจท่าน เนื่องจากไม่มีที่จอดรถ ที่จอดเต็ม ท่านพาไปที่พิพิธภัณฑ์เรือนไทย วิ่งขึ้นไปบนหญ้าที่ปูไว้อย่างดีเลย

    เข้าไปกราบคุยกับหลวงปู่สมบุญ วัดลำพันบอง อำเภอหนองหญ้าไซ พระเถระอาวุโสมาก อายุ ๙๖ ปี แล้วก็มีหลวงพ่อแดง วัดฝาโถ สักครู่หนึ่งหลวงพ่อเกาะ วัดท่าสมอก็มาถึง อีโล้งโช้งเช้งตามแบบของท่านนั่นแหละ คนเข้าไปถ่ายรูปหลวงพ่อเกาะ “เฮ้ย ๆ ๆ ใครอนุญาตมึงวะ ?” อีกฝ่ายไม่สนใจ กดเอาไว้ก่อน แล้วก็หลวงพ่อจำนงค์จากตาคลี ท่านเป็นเจ้าคณะอำเภอ นั่งคุยกันพอได้เวลาก็พากันไป "

    "ก่อนจะเข้าไปในโบสถ์ เจอฆราวาสลูกศิษย์อาวุโสของหลวงพ่อกวย ก็คือท่านอาจารย์สมจิตร เทียนจันทร์ คนไม่รู้จักชื่อหรอก คนเขาเรียกฉายา เฒ่าสุพรรณ ก็เข้าไปคุยด้วยก่อนเข้าโบสถ์ อาจารย์เฒ่าบอกว่า "อาจารย์..ช่วยลงหัวให้ผมหน่อย" อาตมาก็สะดุ้ง "เฮ้ย..ปกติหลวงพ่อกวยท่านลงให้แล้วนี่ ท่านไม่ให้ใครลงซ้ำนะ" ปรากฏว่าหลวงพ่อกวยท่านมาด้วย "มันอยากได้ ลงให้มันไปเลย" ก็เลยลงให้ท่านไป

    พอเข้าโบสถ์ กราบพระเสร็จ ขยับจะขึ้นที่นั่ง ปรากฏว่าหลวงพ่อกวยท่านลากพรวดขึ้นไปบนอาสนะที่เขาปูไว้ให้ท่าน อาตมาเองก็สะดุ้ง ปรากฏว่าขยับไม่ได้ โดนหลวงพ่อกวยท่านกดแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น กราบเรียนท่านว่า "หลวงพ่อทำอย่างนี้เดี๋ยวคนอื่นฆ่าผมตาย" ท่านบอกว่า "ไม่เป็นไร ในเมื่อไอ้เฒ่ายอมรับเอ็ง ข้าก็ใช้เอ็งเต็มที่ละนะ" นั่งอยู่เป็นชั่วโมงท่านไม่ให้กระดิกเลย ทรมานสุด ๆ

    แต่ก็ต้องถือว่าบุญของอาจารย์ปุญญพัฒน์ท่านดี สร้างเหรียญถวายครูบาอาจารย์ เพราะว่าเหรียญโล่ของหลวงพ่อกวยที่ดังนักดังหนา วัดเดิมบางสร้างให้ รุ่นนี้เท่ากับย้อนยุค แล้วหลวงพ่อกวยท่านก็มาสงเคราะห์ให้จริง ๆ"

    "ปกตินั่งพุทธาภิเษก อาตมาก็จะนั่งท่าสบาย ประเภทพิงบ้าง หลังโก่งบ้าง คอตกบ้าง แล้วแต่ถนัด เพราะว่าจะนั่งได้นาน ปรากฏว่าเจอหลวงพ่อกวยท่านนั่งทับ อาตมาก็เลยโดนกดอยู่ท่านี้ ตัวตรงแหน็ว กระดิกไม่ได้ แข็งทื่ออยู่เป็นชั่วโมงกว่าท่านจะยอมปล่อย...เกือบตาย เจอครูบาอาจารย์เล่นแบบนี้ก็แย่ แต่ต้องบอกว่าวัตถุมงคลรุ่นนี้ท่านเสกให้แบบสุดหัวใจจริง ๆ

    หลวงพ่อกวยเป็นพระที่รักลูกศิษย์มาก ลูกศิษย์คนไหนระลึกถึงท่าน ขอให้ท่านช่วย ถ้าไม่เกินความสามารถท่านก็ช่วย ท่านไม่สนใจว่าคุณจะทำดีหรือทำชั่ว หลวงพ่อกวยสนใจอยู่อย่างเดียวว่าลูกศิษย์เคารพท่านไหม ถ้าเคารพท่าน ต่อให้ติดคุกอยู่ ท่านก็ไปช่วย ท่านบอกว่าคนเราไม่ใช่พระโสดาบัน จะได้ไม่ทำอะไรผิดเลย เพียงแต่ว่าผิดแล้วให้รู้แก้ไข ให้เป็นคนมีสัจจะ ให้ถือครูบาอาจารย์เป็นที่พึ่ง

    ไม่ต้องห่วง...หลวงพ่อกวยท่านยังจะไปเกิดอีกนาน มาสายพุทธภูมิเต็ม ๆ อีกไม่กี่วันก็เป็นวันมรณภาพของหลวงพ่อกวย แต่อาตมาไปไม่ได้ เพราะว่าติดงานเปิดปฏิบัติธรรมที่วัด หลวงพ่อกวยท่านมรณภาพ ๑๒ เมษายน ทุกปีก็จะมีงานทำบุญถวายท่าน บรรดาลูกศิษย์ก็ไปลองวิชากันที่วัดนั่นแหละ เหมือนอย่างกับวันโชว์วัตถุมงคลหลวงพ่อกวยว่าใครมีรุ่นไหนบ้าง ก็พกกันไป เพราะฉะนั้น ๑๒ เมษายน ถ้าใครว่างก็แวะไปวัดบ้านแคหรือวัดโฆสิตารามนะ อยู่ที่สรรคบุรี จังหวัดชัยนาท"

    "สมัยก่อนอาตมาก็วิ่งเส้นนั้น เพราะว่าหลวงปู่บุดดาอยู่ใกล้ ๆ แถวนั้น วิ่งไปวิ่งมาได้วัตถุมงคลกลับไป ทหารที่วัดท่าซุงไถเรียบ..! บางครั้งบูชาไปเป็นลังเลย แต่ไม่พอให้เขาหรอก เขาขอเสร็จก็ขอเผื่อเพื่อนด้วย ตัวเองไม่มีเวลาไป เพราะว่าทหารตำรวจได้รับคำสั่งให้เฝ้าวัดท่าซุง ถ้าหลวงพ่อวัดท่าซุงไม่ไปก็ไปไหนไม่ได้ อาตมาเองมีเวลาก็แวบไปเรื่อย เพราะว่าอยู่ไม่ไกล

    โดยเฉพาะยิ่งถ้าได้คุณแดงขับรถให้ สามารถไปกลับได้ภายในชั่วโมงกว่า ๆ เอง ลงแพที่มโนรมย์ได้ก็ซิ่งเลย บางวันก็ไม่ไปทางด้านนั้น บางวันก็ออกทางด้านวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท วิ่งอ้อมข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไป"

    "วัตถุมงคลหลวงพ่อกวยจะเป็นในวัดนอกวัด ลูกศิษย์หากันให้ควั่กไปหมด ของเก่าราคาก็ขึ้นเอา ๆ ของใหม่ก็ไล่หลังมาติด ๆ รุ่นแรงครูที่อาตมามีส่วนไปร่วมพุทธาภิเษกด้วย ตอนนี้ราคาไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้

    วันก่อนถามพระมหาฐิติวัตรว่าตกลงได้สร้าง มจร.ไหม ? ท่านบอกไม่ไหวครับ ค่าใช้จ่ายเดือนหนึ่งหลายแสน หาไม่ทัน ตอนแรกท่านเจ้าคุณสุธีวราภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดชัยนาท ท่านตั้งใจจะหาทุนสร้างอาคาร มจร. ดูท่าว่าจะกลายเป็นทุนการศึกษานักเรียนแค่นั้น
    ลงมาบอกกับมหาฐิติวัตร เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดชัยนาท บอกว่า "หลวงพ่อทำแบบนี้..ผมตาย" ถ้าไม่โดนลูกศิษย์ที่หมั่นไส้รุมเอา ก็ประเภทเรานั่งเกร็งจนตาย แต่ก็เป็นอะไรที่สบายที่สุด เพราะว่าหลวงพ่อกวยท่านนั่งคุมอยู่ ใครเล่นอะไรไม่ได้ทั้งนั้น เป็นงานที่สบายใจมากว่าปลอดภัย"



    ข้อมูลภาพจาก :
    - http://www.imeethai.com/product/132...ญู-ปี2562-เนื้อนวโลหะลงยาแดงผสมชนวนวัดสุทัศน์
    - http://www.imeethai.com/product/143...นนำฤกษ์-ปี2562-ขนาดลอยองค์เล็ก-ห้อยคอ-ใต้ฐานบ



    สภาพสวยกล่องเดิมๆ พุทธคุณครอบครบตามแต่อธิษฐานระลึกนึกถึงองค์หลวงกวยเอาเถิด จะสัมฤทธิ์ผลสมปรารถนาอย่างแน่นอน แบ่งให้บูชา 250 บาท (พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ)




    (คุณKKT จองแล้วครับ)





    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com

    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 28 เมษายน 2026
  18. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,218
    ค่าพลัง:
    +14,474

    [​IMG]
     
  19. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,218
    ค่าพลัง:
    +14,474
    4984.ของดีเมืองช้างที่น่าบูชา พระสมเด็จใหญ่พรหมสุรินทร์
    ลป.หงษ์,ลป.พรหมมา,ลป.ธรรมรังษี,ลพ.คูณ,เจ้าคุณเที่ยง,ลพ.ดี ร่วมประจุพลังมหาพิธี

    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ
    พระสมเด็จสุรินทร์.JPG

    [​IMG]
    พระสมเด็จใหญ่พรหมสุรินทร์ รุ่น1 วัดพรหมสุรินทร์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เนื้อผงพุทธคุณ ดำเนินการจัดสร้างเมื่อปี พ.ศ.2538

    จัดสร้างโดย
    พระราชสุตาลังการ(เจ้าคุณหลวงปู่ฉัตร์) หรือ พระครูปริยัติธรรมประยุต (สมศักดิ์ขณะนั้น)
    เจ้าอาวาส วัดพรหมสุรินทร์

    วัตถุมงคลจัดสร้างในงานที่ระลึกในงานปิดทองฝังลูกนิมิตผูกพัทธสีมา ฉลองอุโบสถครบรอบ 25 ปี วัดพรหมสุรินทร์

    พิธีพุทธาภิเษก ณ วันที่ 9 มีนาคม 2538

    รายนามคณาจารย์ร่วมพิธี
    1. พระราชวิสุทธิเวทีเจ้าคณะภาค 11 วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพมหานคร
    2. พระราชวิสุทธิเมธี (หลวงพ่อทองอยู่) รอง จ.จ. วัดศาลาลอย จ.สุรินทร์
    3. หลวงปู่พรหมมา เขมจาโร สำนักสงฆ์ผานางคอย
    อ. ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี
    4. พระครูวรธรรมาจารย์ (หลวงปู่เพ็ง) วัดพรมเทพ อ. ท่าตูม จ.สุรินทร์
    5. พระครูวิมลปัญญาธร (หลวงปู่ดา) วัดอุดรประชาราษฎร์ จ. สุรินทร์
    6. หลวงพ่อดี วัดหนองจอก นครราชสีมา
    7. พระครูปราสาทพรหมคุณ (หลวงปู่หงษ์) วัดเพชรบุรี จ. สุรินทร์
    8. พระครูธรรมรังษี วัดพระพุทธบาทเขาพนมดิน จ. สุรินทร์
    9. พระครูมงคลวราภรณ์ (หลวงพ่อพวน) วัดมงคลรัตน์ จ. สุรินทร์
    10. หลวงพ่อเที่ยง วัดพระพุทธบาทเขากระโดง จ. บุรีรัมย์
    1 . พระครูโสภณสรคุณ (หลวงพ่อสม) วัดยางขามเฒ่า อ. ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์
    12. หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา
    13. พระครูปริยัติธรรมประยุต (หลวงพ่อฉัตร์) วัดพรหมสุรินทร์ (เจ้าพิธี)


    สภาพสวยเดิมๆ พุทธคุณล้นฟ้าราคาหลักร้อย ของดีเมืองช้างที่น่าบูชา แบ่งให้บูชา 250 บาท (พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ)

    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com
    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     
  20. ศิษย์ปิยธโร

    ศิษย์ปิยธโร อายุ วรรณโณ สุขัง พลัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    16,218
    ค่าพลัง:
    +14,474
    4985.สุดยอดเมตตามหานิยม พระสมเด็จนางพญางิ้วดำ
    หลวงพ่อหอม วัดชากหมาก ทายาทพุทธาคมลพ.ชื่น วัดมาบข่า


    คลิ้กเพื่อชมรูปใหญ่ครับ
    -9ff92942aaa2dcb6.jpg
    พระสมเด็จนางพญางิ้วดำ หลังสิงห์ หลวงพ่อหอม วัดชากหมาก จังหวัดระยอง เนื้อผงมหาพุทธคุณ ผสมผงว่าน และผงไม้งิ้วดำ ดำเนินการจัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2512


    ประวัติโดยย่อของหลวงพ่อหอม
    หลวงพ่อหอมเกิดเมื่อวันจันทร์ เดือน 10 ปีขาล พ.ศ. 2433 เป็นบุตรของ นายสัมฤทธิ์ กับ นางพุ่ม ทองสัมฤทธิ์ เป็นชาวบ้านสำนักท้อน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 3 คน โดยท่านเป็นคนสุดท้อง

    เมื่ออายุ 21 ปี ทำหน้าที่ลูกผู้ชายไปเข้ารับราชการทหารเรือ 2 ปี จนปลดประจำการ กลับมาช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพที่บ้านเดิม และก็ได้แต่งงานมีบุตร 3 คน พร้อมกันนั้นก็ได้ศึกษาวิชาแพทย์แผนโบราณจากบิดาจนเชี่ยวชาญ สามารถช่วยเหลือเพื่อนบ้านตลอดมา

    หลวงพ่อเกิดความเบื่อหน่ายในชีวิตฆราวาส จึงได้อุปสมบทเมื่ออายุ 36 ปี ณ พัทธสีมาวัดทับมา เมื่อปีพ.ศ.2469 มีหลวงพ่อขาว วัดทับมา อ.เมือง จ.ระยอง เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อจี๊ด วัดเขาตาแขก เป็นพระกรรมวาจาจารย์ หลวงพ่อชื่น วัดมาบข่า เป็นพระอนุสาวนาจารย์ เมื่อบวชแล้วได้อยู่จำพรรษาศึกษาพระธรรมวินัยอยู่ที่วัดมาบข่ากับหลวงพ่อชื่น 2 พรรษา แล้วได้พยายามศึกษาด้านพุทธเวทอย่างจริงจังจนสำเร็จ หลวงพ่อชื่นซึ่งเป็นพระอาจารย์ของท่านเคยปรารภกับพระภิกษุรูปอื่นว่า "อีกหน่อยคุณหอมเขาจะหอมทวนลมนะ"

    หลังจากนั้นท่านก็ได้กราบลาพระอาจารย์ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดซากหมาก ซึ่งอยู่ใกล้บ้านเกิดของท่าน ต่อมาท่านได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสและพัฒนาถาวรวัตถุให้เจริญรุ่งเรืองขึ้นอย่างทันตาเห็น เช่น กุฏิ ศาลาการเปรียญ หอระฆัง โรงเรียน อุโบสถ หอไตรกลางน้ำ เป็นต้น

    ทั้งที่ก่อนนี้วัดซากหมากมีเพียงเรือนไม้ 2 หลัง ทรุดโทรมจนเกือบใช้การไม่ได้ เป็นสำนักสงฆ์ร้างมาประมาณ 10 ปี ขณะที่ท่านมาฟื้นสำนักสงฆ์แห่งนี้เมื่อปีพ.ศ.2471 บริเวณบ้านซากหมากนี้ยังเป็นป่า เป็นที่อยู่ของสัตว์ร้ายนานาชนิด เป็นที่อัศจรรย์สัตว์ร้ายเหล่านี้หาทำอันตรายท่านไม่ ชื่อเสียงของท่านค่อยๆ โด่งดังขึ้นมาตั้งแต่หลังสงครามมหาเอเชียบูรพา ในมณฑลพิธีพุทธาภิเษกที่จัดขึ้นเกือบทุกหนแห่งในประเทศไทย ท่านจะได้รับการนิมนต์ให้ไปร่วมเสมอ แม้ในพิธีฉลอง 25 พุทธศตวรรษ กระทั่งพิธีพุทธาภิเษกของวัดสุทัศน์ และวัดพระเชตุพนฯ ก็ได้รับนิมนต์เกือบทุกครั้ง ด้วยความเป็นพระมากเมตตาหลวงพ่อหอมต้องต้อนรับลูกศิษย์ลูกหาจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน แต่ถึงกระนั้นท่านก็ภูมิใจ เพราะทำให้วัดที่ทุรกันดารกลายเป็นวัดที่เจริญรุ่งเรืองขึ้นอย่างทันตาเห็น

    หลวงพ่อหอม จนฺทโชโต (พระครูภาวนานุโยค) อดีตเจ้าอาวาส แห่งวัดชากหมาก หมู่ 2 ต.สำนักท้อน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ห่างจากตัวอำเภอบ้านฉางเข้าไปทางสี่แยกระยะทาง ประมาณ 9 กม. วัดชากหมาก (ป่าเรไร ) เป็นวัดเล็กๆ เงียบสงบ ในอดีตเคยเป็นวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังในทางคุณวิเศษอันลือลั่น หลวงพ่อหอมซึ่งเป็นเจ้าอาวาสในสมัยที่มีชีวิต มักจะถูกอาราธนาไปร่วมในการประกอบพิธีพุทธาภิเษกที่สำคัญ ทั้งราชพิธีและพิธีสามัญ สม่ำเสมอทั่วประเทศไทย ผู้นิยม วัตถุมงคลน้อยคนที่จะไม่ได้ยินกิตติศัพท์ความเป็นผู้ทรงพุทธเวทย์ของท่าน จากวัตถุมงคลที่ได้ปลุกเศกไม่ว่าจะเป็นสิงห์งาช้าง ขี้ผึ้ง นางกวัก งาช้าง ไชมงคล พระกริ่ง รูปเหมือน แหนบรูปเหมือน เหรียญรูปเหมือน แหวนทอง

    มีอยู่ครั้งหนึ่งหนังสือพิมพ์ลงข่าวว่าวัยรุ่นย่านบางรักกรุงเทพฯ ยกพวกต่อยตีกันเป็นมวยหมู่ มีการบาดเจ็บกันเป็นระนาว แต่ก็มีอยู่หลายคนที่ไม่เป็นอะไรเลยทั้งๆ ที่ได้เข้าไปประจัญบานกับเขาด้วยอย่างเมามัน ซึ่งภายหลังปรากฏว่าพวกที่ไม่ได้รับบาดเจ็บนั้นล้วนแต่มี ”สิงห์งาช้าง” ของหลวงพ่อติดตัวอยู่ทั้งนั้น สอบถามได้ความว่าเคยร่วมคณะกฐินจากกรุงเทพฯ ซึ่งไปทอดที่วัดซากหมากฯ แล้วเช่า“สิงห์งาช้าง”ของหลวงพ่อไปไว้ติดตัวกันคนละตัว ซึ่งครั้งแรกก็ยังไม่ได้คิดว่าศักดิ์สิทธิ์ขนาดนี้ จนได้ประสบเหตุเข้ากับตัวเองจึงเชื่อและพาพรรคพวกเพื่อนฝูงเดินทางไปขอเช่าที่วัดกันอีกหลายคนด้วยกัน แต่หลวงพ่อก็เตือนว่า ”ถ้ารังแกข่มเหงเขา สิงห์ของพ่อไม่ช่วยนะ”

    ตามธรรมดาทุกๆ ปี ที่วัดซากหมากฯ จะต้องมีงานประจำปีและมีอยู่ปีหนึ่งหลวงพ่อได้สร้างพระกริ่งรูปเหมือนองค์หลวงพ่อขึ้นเป็นรุ่นแรก ได้มีทหารจำนวนหนึ่งไปเที่ยวงานและเช่าพระกริ่งนี้คนละองค์แล้วชวนกันไปหลังโรงเรียนวัดซากหมากซึ่งอยู่ใกล้วัดนั้นเอง เพื่อจะทดลองความศักดิ์สิทธิ์ดูให้แน่ใจ จึงได้นำเอาพระกริ่งของหลวงพ่อออกมาวางรวมกันแล้วยิงด้วยปืน .๓๘ ก็ปรากฏว่ายิงกี่ครั้งๆ ก็ไม่ออก แต่เมื่อเบนปากกระบอกปืนไปทางอื่นกลับยิงออกทุกนัด ทหารเรือกลุ่มนั้นจึงกลับเข้ามาในวัดและขอเช่าเพิ่มกันอีกจนเงินหมดกระเป๋า เมื่อกลับไปแล้วยังได้บอกกล่าวให้บรรดาเพื่อนฝูงพากันมาเช่ากันไปไว้ประจำตัวอีกมากมาย และตั้งแต่นั้นมาเมื่อหลวงพ่อมีงานอะไรขึ้น บรรดาทหารเรือจากฐานทัพเรือสัตหีบจะมาช่วยกันอย่างมากมายทุกครั้งไป

    หลวงพ่อหอม จนฺทโชโต หรือพระครูภาวนานุโยค ได้อาพาธด้วยโรคชราและมรณภาพด้วยอาการสงบ เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. ของวันที่ 13 เมษายน พุทธศักราช 2520 (นับวันเวลาสากล) ณ โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี รวมอายุได้ 87 ปี 51 พรรษาและได้รับพระราชทานเพลิงศพเมื่อวันที่ 23 เมษายน พุทธศักราช 2521 ภายหลังจากท่านมรณภาพแล้ว 375 วัน ณ. วัดซากหมากฯ หมู่ที่ 2 ตำบล สำนักท้อน กิ่งอำเภอบ้านฉาง (ปัจจุบันเป็นอำเภอบ้านฉาง) จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นวัดที่ท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสมาโดยตลอดนั้นเอง



    สภาพผิวเดิมๆ พุทธคุณเมตตามหานิยม แบ่งให้บูชา 250 บาท(พร้อมจัดส่ง EMS อย่างดีครับ)

    คุณวิทมน สุ่มเกิด ธ.กรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัสอุตรดิตถ์ เลขที่ 6000088418
    โทร.086-0441367, Engineer0206nu@gmail.com
    *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และอุดหนุนผมครับ ***
     

แชร์หน้านี้

Loading...